หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไม่ปฏิเสธแล้ว! “เจ้าคุณณรงค์” ยอมรับชัด เอาทองวัดไปขายจริง


เขียนโดย bbb1236555

ดราม่าทองคำหายวัดม่วง เจ้าอาวาสยอมรับ "เอาทองไปขายจริง" – บิ๊กเต่า เตรียมดำเนินคดี หากเข้าข่ายผิดกฎหมาย

วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 กลายเป็นอีกหนึ่งวันที่สะเทือนวงการพระพุทธศาสนาไทยอีกครั้ง เมื่อเกิดความคืบหน้ากรณีอื้อฉาวที่ได้รับความสนใจจากสังคมมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กรณี เงินสดและทองคำมูลค่ากว่า 22 ล้านบาทหายไปจากวัดม่วง จังหวัดอ่างทอง ซึ่งก่อนหน้านี้ พระราชวัชรพัฒนาทร หรือ เจ้าคุณณรงค์ เจ้าอาวาสวัดม่วง ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2568 ว่าทรัพย์สินจำนวนมหาศาลได้หายไปจากวัดอย่างลึกลับ

ในช่วงแรกที่มีการแจ้งความ สังคมตั้งคำถามมากมายว่า เหตุใดเจ้าอาวาสจึงไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าทรัพย์สินดังกล่าวหายไปอย่างไร และทำไมถึงไม่สามารถให้ข้อมูลที่เป็นรูปธรรมได้ ทั้งนี้ ท่านเจ้าอาวาสได้กล่าวเพียงว่า "จำไม่ได้แน่ชัด" และบางช่วงของการให้ปากคำก็ระบุว่า "อาจจะลืมไป"

 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว เผย เจ้าอาวาสยอมรับแล้ว เอาทองไปขายจริง

ล่าสุด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าในการสอบสวนว่า หลังจากมีการสอบถามเพิ่มเติมและสืบหาข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง ท่านเจ้าอาวาสได้ยอมรับว่า นำทองคำไปขายจริง โดยไม่มีการแจ้งหรือปรึกษาคณะกรรมการวัดหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

การยอมรับของเจ้าอาวาสครั้งนี้ทำให้เรื่องราวพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเดิมทีสังคมเชื่อว่าทรัพย์สินถูกขโมยหรือมีบุคคลภายนอกเข้ามาลักทรัพย์ แต่เมื่อท่านเจ้าอาวาสออกมายอมรับด้วยตนเองว่าเป็นผู้ที่นำทรัพย์สินไปขาย เรื่องนี้จึงกลายเป็นประเด็นสำคัญในแง่ของความโปร่งใส และศีลธรรมในวงการพระสงฆ์

ท่าทีของ "บิ๊กเต่า" และแนวทางทางกฎหมาย

ในขณะเดียวกัน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ หรือที่หลายคนในวงการรู้จักกันดีในนาม “บิ๊กเต่า” ได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินคดีว่า พฤติกรรมของเจ้าอาวาสนั้น เข้าข่ายหมิ่นเหม่ต่อการกระทำความผิดทางกฎหมาย โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับการเบียดบังทรัพย์สินของวัด ซึ่งตามกฎหมายถือว่าเป็นทรัพย์สินสาธารณะ ไม่ใช่ของส่วนบุคคล

แม้ว่าท่านเจ้าอาวาสจะอ้างว่าทำไปโดยมีเจตนาดี เช่น นำเงินไปใช้ในกิจของสงฆ์ หรือนำไปลงทุนเพื่อประโยชน์ของวัด แต่การดำเนินการใด ๆ ที่ไม่มีการเปิดเผยหรือได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการวัด ก็อาจเข้าข่ายเป็นความผิดทางกฎหมายได้เช่นกัน

 

ประเด็นสำคัญ: ทองคำหาย กับความโปร่งใสในวัด

กรณีนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึง ความจำเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการตรวจสอบภายในวัด และการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดอย่างโปร่งใส เพราะวัดเป็นสถานที่ที่ได้รับบริจาคจากประชาชนผู้ศรัทธา การใช้จ่ายหรือการจัดการทรัพย์สินจำเป็นต้องมีการตรวจสอบและบันทึกไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

หลายเสียงในสังคมยังได้ออกมาเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการบริหารจัดการวัดในประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องของบัญชีรายรับรายจ่าย และการจัดเก็บทรัพย์สินมีค่าต่าง ๆ ที่ประชาชนได้ถวายให้กับพระภิกษุสงฆ์เพื่อใช้ในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา

 

กระแสสังคมต่อเจ้าอาวาสวัดม่วง

ภายหลังการยอมรับของเจ้าคุณณรงค์ว่ามีการนำทองคำไปขายจริง สังคมออนไลน์ต่างออกมาแสดงความเห็นในหลากหลายทิศทาง บ้างก็แสดงความผิดหวังกับการกระทำของพระชั้นผู้ใหญ่ที่ควรเป็นแบบอย่าง บ้างก็ตั้งคำถามถึงระบบการคัดกรองและตรวจสอบของหน่วยงานสงฆ์ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

อีกทั้งยังมีประชาชนจำนวนหนึ่งที่ตั้งข้อสังเกตว่า หากไม่มีแรงกดดันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชน ท่านเจ้าอาวาสอาจจะไม่ออกมายอมรับความจริงเลยก็ได้ และอาจปล่อยให้คดีนี้จบลงด้วยคำว่า “ทองหายไปอย่างลึกลับ”

 

เจ้าอาวาสยืนยัน “ไม่ได้มีเจตนาทุจริต”

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวใกล้ชิดกับเจ้าอาวาสวัดม่วงระบุว่า ท่านเจ้าอาวาสมิได้มีเจตนาทุจริตแต่อย่างใด แต่เกิดจากการดำเนินการที่ไม่ผ่านการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ โดยระบุว่า เจ้าอาวาสเชื่อว่าเป็นการนำทองไปเปลี่ยนเป็นเงินเพื่อใช้ในกิจการของวัด เช่น การบูรณปฏิสังขรณ์อาคาร การสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนา หรือการช่วยเหลือผู้ยากไร้

แต่ข้ออ้างดังกล่าวก็ไม่ได้ลดทอนความผิดในทางกฎหมาย เนื่องจากการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดจำเป็นต้องเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด มิใช่ตามวิจารณญาณของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

 

สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างในระบบวัดไทย

กรณีนี้เป็นเสมือน “สัญญาณเตือนภัย” ครั้งใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของวัดในประเทศไทยในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น

 

การไม่มีระบบการตรวจสอบภายในอย่างมีประสิทธิภาพ

การไม่มีหน่วยงานกลางที่เป็นอิสระในการตรวจสอบทรัพย์สินของวัด

ความไม่โปร่งใสในการใช้เงินบริจาคจากญาติโยม

การไม่จำกัดอำนาจในการตัดสินใจของเจ้าอาวาส

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่การทุจริตหรือใช้อำนาจโดยมิชอบได้ง่าย และจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐและองค์กรพุทธศาสนาจะต้องหันมาให้ความสำคัญอย่างจริงจัง

 

สรุป: ความจริงที่เปิดเผย กับคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

แม้ว่าขณะนี้ท่านเจ้าอาวาสจะยอมรับว่า “เอาทองไปขายจริง” แล้วก็ตาม แต่คำถามสำคัญที่ยังคงค้างคาใจสังคมก็คือ:

ทองคำที่ขายไปนั้น นำไปใช้อย่างไรบ้าง?

ขายให้ใคร และในราคาต่ำกว่าทุนหรือไม่?

เหตุใดถึงไม่มีบันทึกหรือหลักฐานในการเบิกจ่าย?

ทำไมถึงไม่แจ้งความตั้งแต่แรกว่าเป็นผู้ดำเนินการเอง?

คำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่จะต้องสืบสวนต่อไป และเป็นภารกิจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการทำให้ “ศรัทธา” ของประชาชนกลับคืนมาในวงการพระพุทธศาสนาไทย

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
bbb1236555's profile
เขียนโดย bbb1236555
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มีประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุด"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 25694 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"จังหวัดที่มีแม่น้ำมากที่สุดในไทย คือที่ไหน? และเพราะอะไรถึงต่างจากภูเก็ต10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด5 พฤติกรรมที่คนจนทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว (คนรวยไม่ทำ)5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้านเจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางคนงบน้อยเน้นรวยไขคำตอบ เพรียงเกาะวาฬกับเต่าทะเล มีประโยชน์หรือโทษกันแน่
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
หนังฮอลลีวูดชื่อดังระดับโลก ที่ใช้ฉากถ่ายทำในประเทศไทยเป็นหลักชั้น13หายไปไหน? เมื่อความกลัวมีอิทธิพลเหนือวิศวกรรมสารพัดประโยชน์ของมะนาว และ เลมอน ช่วยสุขภาพดีจังหวัดเดียวในไทย ที่ไม่มีภูเขาเลยแม้แต่ลูกเดียวจากฮีโร่หนีตาย สู่แก๊งเพื่อนซี้ตามจีบสาว ปฏิบัติการ "หลงทางเพราะรัก"เตรียมอุดมเดือด สมัครพุ่ง 13,895 คน แย่ง 1,520 ที่นั่ง สถิติสูงสุด 18 ปี
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เจาะลึก Terafab: Elon Musk ทุ่มเงินเดือน 10 ล้าน ล่าตัววิศวกรชิป เสริมทัพ Tesla & SpaceXแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานพิธีปิดการอบรม พสบ.ทภ.4 รุ่นที่ 21 สร้างเครือข่ายความมั่นคงภาคประชาชนส่องกลยุทธ์ครูจีน! ใช้โปรไฟล์ "จางหลิงเฮ่อ" ป้องกันความรักในวัยเรียน ดึงสติเด็กให้กลับมาติวเข้มหอไอเฟลหลบไป! "หมูเด้ง" นั่งแท่นพยานรัก เชฟอิตาลีเซอร์ไพรส์ขอแฟนแต่งงานหน้าบ่อฮิปโป
ตั้งกระทู้ใหม่