หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความประหยัดที่อาจพาไปสู่มะเร็ง พฤติกรรมที่หลายบ้านอาจมองข้าม

เนื้อหาโดย อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

ความประหยัดเป็นคุณธรรมที่ดีงาม แต่หากใช้ผิดวิธี ก็อาจกลายเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพได้ สิ่งที่เราทำไปเพื่อ "ประหยัดเงิน" อาจกำลังแลกมาด้วย "สุขภาพ" และ "ชีวิต" โดยไม่รู้ตัว คุณหมอเหลียว จี้ติ่ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยาจากโรงพยาบาลฉางกึงหลินโข่ว ไต้หวัน ได้เผยกรณีศึกษาที่น่าตกใจของครอบครัวหนึ่งที่สมาชิก 3 คนเป็นมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร โดยเชื่อว่าเกิดจากพฤติกรรมการกินที่หลายบ้านคุ้นเคย

คุณหมอเหลียวเล่าว่า มีครอบครัวหนึ่งที่สมาชิกทั้งสามคนถูกตรวจพบว่าเป็นมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร โดยมีสาเหตุหลักมาจากการ "ประหยัด" ด้วยการ กินอาหารเหลือซ้ำ ๆ เป็นประจำ คุณหมอเน้นย้ำว่านี่ไม่ใช่เรื่องเกินจริงแต่อย่างใด แม้ว่าตู้เย็นจะช่วยยืดอายุอาหารได้ แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักใบเขียวที่เมื่อทิ้งค้างคืนอาจสร้างสารไนไตรต์ (nitrite) ในปริมาณที่สูงขึ้น การบริโภคอาหารเหลือเป็นประจำจึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในระบบย่อยอาหารได้ คุณหมอแนะนำว่าควรพยายามกินอาหารให้หมดในแต่ละมื้อ เพื่อหลีกเลี่ยงการเหลือทิ้ง

นอกจากอาหารเหลือแล้ว การประหยัดด้วยการซื้อผักผลไม้ลดราคาที่ไม่สด หรือการเสียดายอาหารที่เก็บในตู้เย็นมานานก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ คุณหมอเตือนว่าอาหารที่ขึ้นราอาจสร้างสาร อะฟลาทอกซิน (aflatoxin) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งระดับ 1 การคิดว่าตัดส่วนที่เสียออกแล้วส่วนที่เหลือยังกินได้ หรือนำของแห้งที่ขึ้นราไปล้างแล้วตากแดดเป็นเรื่องที่อันตรายมาก คุณหมอตั้งคำถามว่า การประหยัดเงินเพียงเล็กน้อยนั้น คุ้มค่ากับการแลกด้วยสุขภาพที่สำคัญที่สุดของเราจริงหรือ?

ไม่ใช่แค่เรื่องอาหารเท่านั้น พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันบางอย่างก็อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งได้เช่นกัน คุณหมอเหลียวชี้ว่าหลายคนมักปิดเครื่องดูดควันทันทีหลังจากทำอาหารเสร็จ เพื่อประหยัดค่าไฟ แต่ควันจากการทำอาหารนั้นมีสารอันตรายจำนวนมาก การสูดดมเป็นเวลานานจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอด คุณหมอแนะนำให้เปิดเครื่องดูดควันก่อนเริ่มทำอาหาร และปล่อยให้ทำงานต่อไปอีก 3-5 นาทีหลังจากทำอาหารเสร็จ เพื่อให้แน่ใจว่าควันพิษถูกระบายออกไปจนหมด การประหยัดค่าไฟเพียงเล็กน้อยกับการแลกมาด้วยสุขภาพของระบบทางเดินหายใจนั้นไม่คุ้มค่าเลย

สรุปแล้ว ความประหยัดเป็นสิ่งที่ดี แต่ควรมาพร้อมกับความเข้าใจที่ถูกต้อง การทำความเข้าใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การไม่กินอาหารเหลือเป็นประจำ, หลีกเลี่ยงอาหารหมดอายุและขึ้นรา, และการใช้เครื่องดูดควันอย่างถูกวิธี ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง และรักษาสุขภาพของเราไว้ได้ในระยะยาว เพราะท้ายที่สุดแล้ว สุขภาพที่ดีคือความมั่งคั่งที่แท้จริง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศที่นิยมเรียนในไทย มีนักศึกษาเข้ามาเรียนต่อในประเทศไทยมากที่สุดมาดู 5 ธุรกิจ “เสือนอนกิน” ลงทุนครั้งเดียวกินยาวๆถนนเลียบทะเล'ที่ยาวที่สุด'ในประเทศไทยประเทศที่คนจบปริญญามากที่สุด 10 อันดับแรกของโลกอำเภอเดียวในประเทศไทย ที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตัวเองมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคอีสานเปิดคัมภีร์เลขเด็ด อ.ไอติม เรือนนาคา: แนวทางรับทรัพย์หวยวันจันทร์ 16/2/69พบ "ตะโขง" สัตว์ที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์แล้วในไทยเป็นครั้งแรก พร้อมภาพชัดเจนเด็กชายวัย 12 จากเท็กซัส สร้างประวัติศาสตร์ ความสำเร็จในการสร้าง "เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน" ด้วยตนเองน้ำปลาที่มียอดขายมากที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศไทยทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำเงินมากที่สุด อันดับหนึ่งของโลกตลอดกาล3 ส่วนของปลา ที่คนมักมองข้ามและมักถูกทิ้ง ทั้งๆที่โคตรจะมีประโยชน์
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ผกก.สภ.เมืองกระบี่ นำทีมทำลายปืนเถื่อนหลังศาลสั่งคดีถึงที่สุดวาเลนไทน์หวานฉ่ำ พิธา ควงก้อย เปิดตัวส่องเลขเด็ด!! มัดรวม 10อันดับ เลขเด็ดขายดี งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569'วาฬสีน้ำเงิน' ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในท้องทะเล
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เดือดชายแดน! ชูนิ้วกลางยั่วยุทหารไทย จุดคำถามใหญ่ “สันติภาพจริงใจหรือแค่คำพูด?”"เป้าตุง" เพื่อเหรียญทอง? เจาะลึกกลโกงพิสดารในโอลิมปิกฤดูหนาว 2026อุทาหรณ์คนรักหมาและโยเกิร์ต! สาวเบลเยียมหวิดดับ หลังเผลอกลืน "ช้อน" ยาว 17 ซม. ลงท้องวาเลนไทน์หวานฉ่ำ พิธา ควงก้อย เปิดตัว
ตั้งกระทู้ใหม่