อายไปทั่วโลก! คลิปเสียง “นายกฯ อิ๊งค์” ติดเทรนด์สื่อนอก เสี่ยงดันไทยสู่ปากเหวการเมือง
"การเมืองไทยแขวนอยู่บนเส้นด้าย! สื่อต่างประเทศชี้รัฐบาลแพทองธารเสี่ยงล่มซ้ำรอยประวัติศาสตร์รัฐประหาร"
สถานการณ์การเมืองไทยกลับมาอยู่ในความสนใจของนานาชาติอีกครั้ง หลังจากที่คลิปเสียงการสนทนาระหว่าง นางแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย กับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา หลุดออกมาและกลายเป็นประเด็นอื้อฉาวระดับภูมิภาคในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
หลายสำนักข่าวระดับโลก อาทิ CNA จากสิงคโปร์ และ Firstpost จากอินเดีย รวมถึงสื่อชั้นนำอีกมากมาย ต่างรายงานข่าวนี้ในมุมที่ไม่เพียงแต่กล่าวถึงเนื้อหาของบทสนทนา หากแต่ยังเชื่อมโยงไปถึงความเปราะบางของโครงสร้างอำนาจในประเทศไทย และความเป็นไปได้ที่ไทยอาจเข้าสู่ “ทางตันทางการเมือง” อีกครั้ง นำไปสู่ 3 ทางเลือกที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง — การยุบสภา, การตั้งรัฐบาลใหม่ที่ไร้ตระกูลชินวัตร หรือหนักที่สุดคือ “การรัฐประหาร”
เนื้อหาคลิปเสียงที่สั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาล
คลิปเสียงความยาวประมาณ 9 นาทีซึ่งเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการพูดคุยระหว่าง นายกฯ แพทองธาร และ สมเด็จฮุน เซน ซึ่งเนื้อหาในคลิปนั้น มีจุดที่อ่อนไหวอย่างยิ่ง เช่น การเรียกผู้นำกัมพูชาว่า “ลุง” อย่างเป็นกันเอง และการพาดพิงถึง “แม่ทัพภาคที่ 2” ของไทยในลักษณะที่ถูกตีความว่าเป็น “ศัตรูทางการเมือง” โดยตรง
ประเด็นนี้เองที่ทำให้เกิดแรงสะเทือนถึงกองทัพไทย ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการลดเกียรติและศักดิ์ศรีของสถาบันทหารอย่างไม่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ไทยและกัมพูชากำลังมีความตึงเครียดบริเวณชายแดน
แม้ในเวลาต่อมา พลโทแม่ทัพภาคที่ 2 จะออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “ไม่รู้สึกไม่พอใจ” และยังพร้อมทำงานเพื่อชาติ แต่คลื่นใต้น้ำในหมู่กองทัพและฝ่ายอนุรักษ์นิยมกลับไม่เงียบตาม เพราะพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเคยร่วมรัฐบาลได้ประกาศถอนตัวทันที ส่งผลให้รัฐบาลขาดเสียงสนับสนุนถึง 69 เสียงในรัฐสภา และทำให้ “เสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลไทยตกอยู่ในภาวะวิกฤตทันที”
ปฏิกิริยาสื่อโลก: รัฐบาลไทย “ไร้เสถียรภาพ-ไร้ความสามารถ”
ในรายงานของ CNA และ Firstpost ต่างชี้ตรงกันว่า การรั่วไหลของคลิปเสียงนี้ได้สร้างความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไทยอย่างรุนแรง และยังเผยให้เห็นถึงรอยร้าวภายในรัฐบาลที่เดิมทีก็ไม่ได้มั่นคงอยู่แล้ว
Firstpost วิเคราะห์ว่า “รัฐบาลของนางแพทองธาร ชินวัตร อาจล่มสลายได้ทุกเมื่อ หากพันธมิตรที่เหลือเลือกจะตีตัวออกห่าง เพราะในทางปฏิบัติ ขณะนี้เธอขาดเสียงข้างมากแล้ว และยังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากฝ่ายค้าน รวมถึงชนชั้นนำฝ่ายทหารที่ไม่เคยยอมรับตระกูลชินวัตรอย่างแท้จริง”
นอกจากนี้ สื่อบางสำนักยังพาดพิงถึงความกลัวของนางแพทองธารเองที่อาจต้องเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกับ บิดา (ทักษิณ ชินวัตร) ที่ถูกรัฐประหารในปี 2549 และ อา (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ที่ถูกยึดอำนาจในปี 2557 โดยกองทัพ
กองทัพไทยในฐานะ “ผู้พิพากษาทางการเมือง”
ประวัติศาสตร์การเมืองไทยหลังปี 2475 เต็มไปด้วยการรัฐประหารที่เกิดขึ้นแล้วมากถึง 12 ครั้ง ซึ่งการแทรกแซงของกองทัพมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รัฐบาลอ่อนแอหรือเกิดความขัดแย้งภายใน
นักวิเคราะห์ต่างประเทศให้ความเห็นว่า “กองทัพไทยยังคงมีบทบาทอย่างมากในการรักษาอำนาจ และหากรัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ความเป็นไปได้ในการเกิดรัฐประหารครั้งใหม่ก็ไม่อาจตัดทิ้งได้”
แม้รัฐบาลจะพยายามแสดงความรับผิดชอบผ่านการแถลงข่าวขอโทษต่อหน้าสื่อ และชี้แจงว่าเป็นความเข้าใจผิดที่ไม่ควรนำมาเผยแพร่ตั้งแต่ต้น แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์กลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มมีการเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้านที่เรียกร้องให้ยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ทันที
3 ทางเลือกอันตราย: ทางออกหรือทางตันของประเทศไทย?
จากสถานการณ์ปัจจุบัน สื่อต่างประเทศมองว่าไทยกำลังยืนอยู่ที่ทางแยกสำคัญ 3 สาย ได้แก่:
1. การยุบสภาและเลือกตั้งใหม่: ถือเป็นทางออกในกรอบประชาธิปไตย แม้จะเสี่ยงเกิดสุญญากาศทางอำนาจชั่วคราว และอาจทำให้วิกฤตยืดเยื้อ
2. การตั้งรัฐบาลผสมสูตรใหม่: โดยอาจไม่รวมพรรคเพื่อไทยหรือกลุ่มชินวัตร ซึ่งต้องอาศัย “ดีลลับ” เบื้องหลังจากหลายขั้วอำนาจเพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่พ้นจากความขัดแย้ง
3. การรัฐประหาร: เป็นทางเลือกที่ต่างประเทศเกรงกลัวมากที่สุด เพราะจะเป็นครั้งที่ 3 ที่ผู้นำจากตระกูลชินวัตรถูกปลดโดยกองทัพ สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของประชาธิปไตยไทยที่ยังไม่สามารถพึ่งตนเองได้อย่างสมบูรณ์
ภาพสะท้อนจากโลกภายนอก: ความไม่แน่นอนทางการเมืองไทยฉายซ้ำ
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานานาชาติได้กลายเป็น “ประเทศที่มีการเมืองไม่แน่นอนและกองทัพแทรกแซงบ่อยครั้ง” ซึ่งส่งผลกระทบต่อการลงทุน ความมั่นคง และความน่าเชื่อถือในเวทีโลก
หากประเทศไทยเกิดรัฐประหารอีกครั้ง ก็จะตอกย้ำให้โลกรับรู้ว่าการเมืองไทยยังคงติดอยู่ในวังวนแห่งความขัดแย้ง และไม่สามารถหลุดพ้นจาก “เงาของอดีต” ได้
การเมืองไทยบนเส้นด้ายที่ไม่มีใครอยากเดิน
สถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่ถึงจุดแตกหัก แต่ก็มีแนวโน้มไปในทิศทางที่ไม่สู้ดีนัก การรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลแพทองธารต้องอาศัยทั้งความสามารถในการเจรจา การประนีประนอม และความยืดหยุ่นจากทุกฝ่าย
ในขณะเดียวกัน สังคมไทยก็ควรตั้งคำถามว่า เมื่อไรประชาธิปไตยจะยืนหยัดได้โดยไม่ต้องพึ่งกองทัพเป็น “กรรมการ” ทุกครั้งที่การเมืองสะดุด
หากเรายังไม่สามารถหาทางออกอย่างสันติได้ และหากการรัฐประหารยังคงเป็นกลไกสุดท้ายของการแก้ไขปัญหาทางการเมือง — ประเทศไทยก็คงยังเดินวนอยู่ใน “วงกลมแห่งความไม่แน่นอน” ต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 17/1/69
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
ไม่ใช่ 60! วิจัยชี้มนุษย์เริ่ม "แก่ลง" ตั้งแต่อายุเท่าไหร่? แอบช็อกร่างกายเสื่อมไวกว่าที่คิด
ลือหึงฝรั่งเศสเจอเอกสารลับ ช่วยไทยทวงคืนเขาพระวิหาร
"ฮุนมาเนต" หลุดโป๊ะเอง ลอบกัดไทย "วางบึ้มสังหาร" ยอมเอาชีวิตชาวเขมรเข้าเสี่ยง ชาวบ้านซวยลับเข้าบ้านไม่ได้
มาทำความรู้จัก "ลุงสุ่น เพลงสั้น" ราชาเพลงแปลงยุค 5.0 ...ตำนานความฮาล้านวิว
ศึกปีกสีดำ! นกขุนทอง ปะทะ นกเอี้ยง ใครคือสุดยอดนักพูดแห่งพงไพร?
ด่วน! เกิดเหตุไฟไหม้ท่อยางตอหม้อสะพานภูมิพล ฝั่งปู่เจ้าฯ
อเมริการะงับ การรับคำขอวีซ่าเข้าเมือง จากกัมพูชาและอีก 75 ประเทศ
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
ชายฮ่องกงตกใจหนักหลังจากย้ายเข้าบ้านใหม่ได้ไม่ถึงครึ่งเดือน
ฮือฮา!หนุ่มใหญ่ร่างทรงทวดตาปู่ชี ประทับเจอบ่อน้ำเก่าแก่ 240 ปี อึ้ง!รากไม้ตะเคียน คอหวยไม่พลาด
ตั๋วเที่ยวสุดท้าย: บันทึกรักนิรันดร์ท่ามกลางซากเหล็ก “เครนถล่มทับรถไฟ”
ด่วน! เกิดเหตุไฟไหม้ท่อยางตอหม้อสะพานภูมิพล ฝั่งปู่เจ้าฯ