หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ดราม่าร้อน! แท็กซี่ติดกล้องแอบถ่ายผู้โดยสาร โซเชียลถล่มยับ เข้าข่ายผิดกฎหมายเพียบ

โพสท์โดย zzz1111

วิจารณ์สนั่น! โชเฟอร์แท็กซี่โพสต์คลิปผู้โดยสารแสดงความรักในรถสาธารณะ ชาวเน็ตจี้ผิดกฎหมาย PDPA และหมิ่นประมาทหรือไม่?

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียลมีเดีย หลังจากมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอของผู้โดยสารชายหญิงชาวต่างชาติ ที่กำลังแสดงความรักกันภายในรถโดยสารคันหนึ่ง โดยคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกโพสต์โดยคนขับรถแท็กซี่เอง พร้อมระบุแคปชั่นว่า “ไม่มีกระจิดกระใจขับรถเลยแบบนี้” ซึ่งสร้างความฮือฮาและเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์

 

ผู้คนจำนวนมากได้ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการกระทำนี้ โดยเฉพาะเมื่อในคลิปสามารถเห็นใบหน้าของผู้โดยสารได้อย่างชัดเจน จนมีเสียงสะท้อนในเชิงลบว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง และอาจเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายหลายข้อหา

 

เปิดประเด็นร้อน! ใครกันแน่ที่ละเมิดสิทธิ?

ในยุคที่โซเชียลมีเดียสามารถเป็นสื่อกระจายข่าวสารอย่างรวดเร็ว หลายคนอาจมองว่าการถ่ายคลิปสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันแล้วแชร์ต่อเป็นเรื่องปกติ แต่กรณีล่าสุดนี้ ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตระหนักว่า “ความเป็นส่วนตัว” นั้นมีขอบเขตที่ไม่ควรถูกล้ำเส้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องคำนึงถึง กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วในประเทศไทย

กลุ่ม “อยากดังเดี๋ยวจัดให้” ขยี้ประเด็น พร้อมอ้างถึง PDPA

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา กลุ่มเฟซบุ๊กชื่อดัง “อยากดังเดี๋ยวจัดให้” ได้หยิบยกเรื่องนี้มาเป็นหัวข้อถกเถียง พร้อมระบุว่า การกระทำของคนขับรถแท็กซี่ดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ซึ่งกำหนดไว้ชัดเจนว่า การนำข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ใบหน้า เสียง หรือพฤติกรรมของผู้อื่น ไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับความยินยอม อาจมีโทษทางอาญาและทางแพ่ง

 “โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากผู้เสียหายได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือได้รับความอับอาย อาจฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมได้ภายในระยะเวลา 10 ปี” – ข้อมูลจากโพสต์ของกลุ่มดังกล่าวระบุ

 

เสี่ยงโดนเพิ่ม! ผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

ไม่เพียงแต่ PDPA เท่านั้น การโพสต์ข้อความที่อาจสื่อในเชิงลบเช่น “ไม่มีกระจิตกระใจขับรถเลยแบบนี้” ยังอาจเข้าข่ายความผิดฐาน หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ซึ่งมีบทลงโทษชัดเจนคือ “จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

เมื่อพิจารณาจากข้อความดังกล่าว และความสามารถในการระบุตัวตนของผู้โดยสารจากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ ชาวเน็ตบางรายได้เรียกร้องให้ผู้โดยสารในคลิปดำเนินคดีทางกฎหมาย เพื่อปกป้องสิทธิของตน และให้เป็นกรณีศึกษาแก่คนในสังคม

 

โซเชียลเสียงแตก! บางส่วนเห็นใจคนขับ

แม้ว่ากระแสส่วนใหญ่จะวิจารณ์การกระทำของคนขับว่าไม่เหมาะสม แต่ก็มีบางความคิดเห็นที่มองต่างออกไป โดยให้ความเห็นว่า ผู้โดยสารควรเคารพกาลเทศะ เนื่องจากรถโดยสารสาธารณะเป็นพื้นที่ที่ใช้ร่วมกัน การแสดงความรักในลักษณะที่ “เกินขอบเขต” อาจทำให้ผู้อื่นไม่สบายใจ

 “เข้าใจว่ารักกัน แต่รถสาธารณะไม่ใช่ห้องนอนส่วนตัว ไม่ควรทำอะไรที่อาจทำให้คนอื่นรู้สึกอึดอัด” – ความคิดเห็นจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง

“แม้คนขับจะผิดที่โพสต์คลิป แต่ถ้าไม่แสดงอะไรแบบนี้ โชเฟอร์ก็คงไม่มีคลิปให้โพสต์” – ผู้ใช้ทวิตเตอร์อีกคนกล่าว

 

นักกฎหมายแนะ! ถ้าถูกละเมิดสิทธิ ควรทำอย่างไร?

นักกฎหมายหลายรายได้ออกมาให้ข้อมูลว่าหากบุคคลใดรู้สึกว่าถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือเสียหายจากการโพสต์โดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้:

1. รวบรวมหลักฐาน ทั้งภาพ วิดีโอ ข้อความ หรือการแชร์ที่เกี่ยวข้อง

2. แจ้งความดำเนินคดี ที่สถานีตำรวจในข้อหาละเมิด PDPA และหมิ่นประมาท

3. แจ้งเรื่องไปยังสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)

4. ฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง หากเกิดผลกระทบทางชื่อเสียงหรือจิตใจ

 

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่ซับซ้อนของการใช้โซเชียลมีเดียในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับรถสาธารณะที่ใช้กล้องติดรถในการเก็บภาพเพื่อความปลอดภัย หรือประชาชนทั่วไปที่ใช้โทรศัพท์มือถือในการถ่ายและเผยแพร่เหตุการณ์ต่าง ๆ แต่หากไม่รู้จัก “ขอบเขต” หรือ “ข้อกฎหมาย” ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายและผลกระทบที่ร้ายแรงได้ในอนาคต

 

โลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ที่ปราศจากกฎเกณฑ์ การโพสต์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่าจะด้วยเจตนาใดก็ตาม อาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิของผู้อื่นได้อย่างไม่รู้ตัว การเคารพสิทธิซึ่งกันและกันจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

สุดท้ายนี้ หวังว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะกลายเป็น “บทเรียน” ให้ทุกฝ่ายได้ตระหนักและใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นโชเฟอร์ ผู้โดยสาร หรือผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียทุกคน

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
zzz1111's profile


โพสท์โดย: zzz1111
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เอกสารครบก็ไม่รอด สนามบินสุวรรณภูมิ ปฏิเสธชาวกัมพูชาเข้าประเทศเปรียบเทียบเงินเดือนและสวัสดิการ ของสายการบินในไทยกับต่างชาติ..มหาวิทยาลัยที่ค่าเทอมแพงที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทยชาวกัมพูชานับแสนชุมนุมกลางพนมเปญ เรียกร้องรัฐคว่ำบาตรไทยทุกด้าน😯 ชวนเข้ามาดูภาพถ่ายหายากของปรากฏการณ์อันน่าทึ่งที่พิสูจน์ว่าโลกนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าพิศวง 😉สรุปสีสัน ออสการ์ 2026: ลีโอนาร์โด สร้างมีมใหม่กลางเวที Oscars ครั้งที่ 98 จนว่อนโซเชียลค่าตอบแทน"พนักงานกวาดถนน"ในประเทศไทยฐานเงินเดือน"อาจารย์มหาวิทยาลัย"ภาพถ่าย "โลก" จากอวกาศ บริเวณภูมิภาค ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือค่าตอบแทนพนักงานต้อนรับบนเรือสำราญ7 จังหวัดในไทยมีแหล่งน้ำมันดิบบนบก เปิดแผนที่ขุมพลังงานสำคัญ5 ความเข้าใจผิดเรื่องการชาร์จมือถือ ที่อาจทำให้แบตเสื่อมเร็วโดยไม่รู้ตัว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เรื่องที่ควรรู้ก่อนเลือกกินวิตามินเสริมสถานที่สำคัญแห่งล่าสุดของไทย ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งมรดกโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
กลุ่มนักเรียน กำลังฉลองวันเกิดในร้านอาหาร จู่ๆเตาก็เกิดระเบิดขึ้น!!ดราม่าหนัก!! ชายจีนเตะหุ่นยนต์ส่งอาหาร หลังหุ่นยนต์พยายามเข้าลิฟต์เหตุไฟไหม้รถบัสในสวิตเซอร์แลนด์ที่คร่าชีวิต 6 ราย เกิดจากชายราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผาตัวเองนักโทษในเรือนจำ อวดว่าสั่งเบอร์เกอร์ แล้วโดรนมาส่ง
ตั้งกระทู้ใหม่