หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ช็อกแฟนคลับ! ภรรยาท้องโตขึ้นโรงพัก "มาวิน" รีบแจงด่วนเกิดอะไรขึ้น


เขียนโดย zzz1111

"ตู่ ปิยวดี - มาวิน" ลุยเอาผิดคนใช้ภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต! ตัดต่อโฆษณาอ้างชื่อ ดาราดังลั่น! "ภรรยาจะคลอด ยังต้องมาเครียดเรื่องแบบนี้"

วงการบันเทิงต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อคู่รักคนดังอย่าง "ตู่ ปิยวดี มาลีนนท์" และ "มาวิน ทวีผล" เดินหน้าขึ้นโรงพัก พร้อมทนายความส่วนตัว เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลหรือเพจที่นำภาพของทั้งคู่ไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะในยุคที่การละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลและภาพลักษณ์คนดังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่กลับยังไม่มีมาตรการที่เด็ดขาดหรือความเข้าใจอย่างแท้จริงในหมู่ผู้ใช้โซเชียล

เหตุการณ์สด ๆ ร้อน ๆ ที่กลายเป็น "บทเรียนราคาแพง"

มาวิน ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องสดใหม่และเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว โดยพบว่าภาพของตนเองและภรรยา ถูกนำไปตัดต่อเพื่อใช้ในการโฆษณาสินค้าโดยที่ไม่มีการแจ้งให้ทราบหรือขออนุญาตล่วงหน้า ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมาก พร้อมยอมรับว่า ตนรู้สึก “ไม่สบายใจ” เป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลแล้ว ยังอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ในสายตาของผู้ร่วมงาน ทั้งแบรนด์ที่เขามีความสัมพันธ์ในฐานะพรีเซนเตอร์ หรือแบรนด์ที่กำลังอยู่ในช่วงเจรจาอีกด้วย

 

เขาได้ระบุว่า ในวงการบันเทิงหรือแม้แต่ในธุรกิจทั่วไป การนำภาพของบุคคลใดบุคคลหนึ่งไปใช้เพื่อการค้า หรือเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า ต้องมีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง เพราะเป็นทั้งมารยาทพื้นฐาน และเป็นเรื่องของ “สิทธิ์ในภาพลักษณ์” ซึ่งกฎหมายไทยก็มีบทบัญญัติรองรับไว้ชัดเจน หากมีการละเมิดก็ถือว่าผิดกฎหมาย

 

“ถ้าขออนุญาตก่อน ปัญหาก็ไม่เกิด”

ประเด็นสำคัญที่มาวินต้องการจะสื่อสาร คือ ความเข้าใจผิดของผู้ประกอบการบางรายที่คิดว่า การนำภาพบุคคลสาธารณะไปใช้ “แค่รูปเดียว” หรือ “เพื่อความสวยงาม” ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้อาจสร้างความเสียหายมากมาย ทั้งในด้านชื่อเสียง ผลประโยชน์ และความเข้าใจผิดของสาธารณชนโดยรวม

“ร้านค้าปกติ หรือแบรนด์ทั่วไปที่เราร่วมงานด้วย เขาจะมีความรับผิดชอบ และจะขออนุญาตก่อนทุกครั้ง ไม่เคยมีใครใช้ภาพเราไปโดยพลการแบบนี้มาก่อน นี่ถือเป็นครั้งแรกเลยที่เจอ” มาวินกล่าว

เขายังเสริมอีกว่า หากผู้ที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจและให้ความเคารพกับสิทธิ์ของผู้อื่น ปัญหาเหล่านี้คงไม่ลุกลามจนต้องพึ่งพากฎหมาย และคงไม่ต้องมาเสียเวลาขึ้นโรงพักในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต เพราะขณะนี้ภรรยาของเขากำลังจะคลอดลูกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่กลับต้องเผชิญกับเรื่องชวนปวดหัวเช่นนี้

 

“ภรรยากำลังจะคลอด ยังต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ผมไม่โอเคจริง ๆ”

คำพูดนี้ของมาวิน กลายเป็นประโยคเด็ดที่ถูกแชร์ต่อในโลกออนไลน์ เพราะสะท้อนถึงความรู้สึกของคนที่ต้องปกป้องครอบครัวในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต พร้อมตั้งคำถามเชิงประชดต่อผู้กระทำว่า “ก่อนจะขอโทษ ควรขออนุญาตก่อนหรือเปล่า?”

แม้ล่าสุดทางฝั่งผู้กระทำได้ออกหนังสือขอโทษอย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม แต่มาวินยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไปง่าย ๆ เพราะต้องการให้เป็นกรณีตัวอย่าง และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายในการดำเนินการต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับคนอื่น ๆ ในอนาคต

โลกโซเชียลยุคใหม่กับ “ความรับผิดชอบที่ต้องมี”

เหตุการณ์ครั้งนี้จุดประกายให้สังคมเริ่มหันมามองว่า ในยุคที่การแชร์ภาพและข้อมูลเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว ความรับผิดชอบต่อการใช้งาน “ทรัพย์สินทางภาพลักษณ์” กลับยังเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม แม้จะมีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และกฎหมายลิขสิทธิ์รองรับอยู่ก็ตาม

การใช้ภาพบุคคลที่มีชื่อเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายได้หลายมาตรา เช่น การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล, การแอบอ้างชื่อเสียงเพื่อสร้างความได้เปรียบในการค้า และในบางกรณีอาจถึงขั้นเข้าข่ายฉ้อโกงหากมีเจตนาทุจริต

 

เสียงจากแฟนคลับ: “ไม่ใช่เรื่องเล็ก!”

เมื่อข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป แฟนคลับของทั้งตู่ ปิยวดี และมาวิน ต่างออกมาแสดงความเห็นอย่างล้นหลาม หลายคนชี้ว่า การที่คนดังลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตนเองเช่นนี้ ถือเป็นการแสดงจุดยืนที่เข้มแข็ง และช่วยปลุกกระแสความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคลในสังคม

บางคนบอกว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย เพราะคนทั่วไปก็มักถูกละเมิดแบบนี้ เพียงแต่ไม่มีเสียงพอจะลุกขึ้นมาสู้ได้แบบพี่ตู่กับพี่วิน”

 

กรณีของตู่ ปิยวดี และมาวิน อาจกลายเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษา ที่เตือนสติทั้งผู้ประกอบการและผู้ใช้งานโซเชียลทั่วไปว่า การเคารพสิทธิของผู้อื่นนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของ “กฎหมาย” แต่คือพื้นฐานของ “ความมีจิตสำนึก” ที่ทุกคนควรมี

เพราะเพียงแค่คลิกขวา – ก๊อปภาพ – วางลงเพจ หรือแปะบนโฆษณา อาจหมายถึง “คดีความ” ที่ลากยาวไม่รู้จบ และสร้างความเสียหายที่เกินกว่าคำว่า “ขอโทษ”

 

กรณีของ “ตู่ ปิยวดี และมาวิน” เป็นตัวอย่างชัดเจนของการที่คนดังลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิ์ของตนเองจากการถูกละเมิดโดยไม่ตั้งใจ แต่ส่งผลลุกลามทั้งทางกฎหมายและสังคม การตระหนักรู้เรื่องสิทธิในภาพลักษณ์ และการใช้ภาพบุคคลเพื่อการค้าอย่างมีจริยธรรม ควรได้รับการยกระดับให้เป็นวาระสำคัญในยุคดิจิทัล เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซากเช่นนี้อีกต่อไป

 

 

เนื้อหาโดย: zzz1111
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
zzz1111's profile
เขียนโดย zzz1111
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดชื่อ 9 ประเทศ “น้ำดื่มถูกที่สุดในโลก”เมืองไร้สายไฟแห่งแรกของไทย ทำไมที่อื่นยังทำไม่ได้เปิดผลวิเคราะห์ AI หวยงวด 1 เมษายน 2569 รวมเลขเด่น 10 ชุดประเทศใด นำเข้ามาม่าไทย มากที่สุดในโลกโรงเรียนที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ม.ขอนแก่นมากที่สุดเปิดชื่อ 7 ปลาน้ำจืด ‘ราคาสูงที่สุดในไทย’ ไม่ใช่แค่ปลาน้ำเงินปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบันส่องเลขเด็ดปฏิทินคำชะโนด ลุ้นรวยต่อเนื่องงวด 16 เมษายน 2569มาดูอันดับความหล่อในเอเชีย หนุ่มไทยอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่?จังหวัดที่อากาศแย่ที่สุดในไทย ร้อน อบอ้าว อยู่ยากกว่าที่คิดต่างประเทศกินมาม่ารสไหนมากที่สุด ไม่ใช่รสที่คนไทยคิดทองคำไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
อาร์เจนตินาประกาศขึ้นบัญชีกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านเป็นองค์กรก่อการร้ายดราม่าหนัก หลังผกก.หนังถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมกระทืบจนตาย แต่ตำรวจดันไม่จับกลุ่มวัยรุ่นซะงั้น!?อย่าหลงกลสแกมเมอร์ ใช้เทคนิค Sextortion ส่งเมลหลอกว่าแอบบันทึกภาพลับเพื่อไถเงินเหยื่อผัวแอร์สาวจับได้ว่าเมียนอกใจไปคบนักบิน เลยจับตัดเจ้าโลกชู้ทิ้งก่อนกลายเป็นศพ
ตั้งกระทู้ใหม่