ใจป๋าสุดๆ! "รถถัง" หอบเงินสดเป็นฟ่อน มอบให้ครอบครัวแบบจัดเต็ม
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ "รถถัง จิตรเมืองนนท์" สามารถเอาชนะน็อก "ทาเครุ เซกาวา" ในยกแรกของศึก ONE 172 ที่จัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้เขากลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างมาก โดยในศึกนี้ รถถังได้รับค่าตัวสูงถึง 16.7 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นค่าตัว 15 ล้านบาท และโบนัสพิเศษอีก 1.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินจำนวนมหาศาลที่สะท้อนถึงความสามารถและชื่อเสียงของเขาบนสังเวียนมวยระดับโลก
ล่าสุด รถถัง จิตรเมืองนนท์ ได้โพสต์คลิปลงโซเชียลมีเดีย เป็นภาพขณะที่เขาหอบกระเป๋าใบใหญ่ไปยังธนาคารเพื่อถอนเงินสดจำนวนมหาศาลถึง 12 ล้านบาท โดยเขาตั้งใจนำเงินก้อนใหญ่นี้ไปให้ครอบครัว ซึ่งสะท้อนถึงความกตัญญูและความรักที่เขามีต่อพ่อแม่และครอบครัวของเขา รถถังยังได้เขียนแคปชันสุดซึ้งว่า
"ความฝันของเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่อยากให้ครอบครัวสบาย ต่อให้ร่างกายจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม #ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกฝ่ายที่สนับสนุนผมเสมอมา"
โพสต์ดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟนๆ และผู้ติดตามที่ชื่นชมในความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของเขา ไม่เพียงแต่เป็นนักสู้ที่เก่งกาจ แต่ยังเป็นลูกที่กตัญญู ซึ่งทำให้เขาเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับเยาวชนที่ฝันจะประสบความสำเร็จ
นอกจากนี้ รถถังยังได้โพสต์ข้อความสร้างแรงบันดาลใจเกี่ยวกับแนวทางสู่ความสำเร็จของเขาว่า
"มีไม่กี่ข้อที่จะประสบความสำเร็จ: ความขยัน ความอดทน การเสียสละ ความสม่ำเสมอ ระเบียบวินัย และความมั่นใจในตัวเอง เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าเราไม่พยายามทำสิ่งที่เรารักให้ดี เราก็จะไม่มีวันประสบความสำเร็จได้"
ข้อความนี้สะท้อนถึงแนวคิดและมุมมองของรถถังต่อชีวิตและการทำงาน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงสามารถก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักมวยที่มีชื่อเสียงระดับโลกได้
ทางด้านภรรยาของรถถัง "อัยดำ ลูกทรายกองดิน" ก็ได้โพสต์ข้อความซึ้งๆ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อให้กำลังใจสามีของเธอ โดยเธอระบุว่า
"หนูขอชื่นชมในตัวของเธอในทุกๆ อย่าง ทุกหยาดเหงื่อ ทุกความอดทน เธอต่อสู้มาขนาดไหน กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ อย่าลืมขอบคุณตัวเองนะ อัลฮัมดุลิลละห์ ทุกก้าวที่เธอเดินไป หนูจะคอยซัพพอร์ตเสมอ"
ข้อความของภรรยารถถังทำให้หลายคนที่ติดตามเรื่องราวของทั้งคู่รู้สึกซาบซึ้งและชื่นชมในความสัมพันธ์ของพวกเขา ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นคู่ชีวิตที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันเท่านั้น แต่ยังเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ให้กันและกันในทุกๆ สถานการณ์
เรื่องราวของรถถัง จิตรเมืองนนท์ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความมุ่งมั่นและความอดทนที่สามารถนำพาไปสู่ความสำเร็จ แม้จะมีอุปสรรคมากมาย แต่ด้วยใจที่ไม่ยอมแพ้และแรงผลักดันจากครอบครัว รถถังก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่าเขาคือหนึ่งในนักมวยที่เก่งที่สุดในยุคนี้ และเขาจะยังคงเดินหน้าสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองและประเทศไทยต่อไปในเวทีระดับโลก















