คนไทยชอบเสพข่าวดราม่าจริงไหม แล้วเพราะอะไร
สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้ดิฉันอยากจะมาพูดถึงเรื่องหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าหลายๆ คนคงสังเกตเห็นเหมือนกัน นั่นก็คือ "ทำไมคนไทยถึงชอบเสพข่าวดราม่า" ไม่ว่าจะเป็นดาราทะเลาะกัน คนดังเลิกกัน หรือเรื่องราวชวนให้ถกเถียงกันในโลกออนไลน์
และเมื่อมีดราม่าเกิดขึ้นคนไทยจำนวนไม่น้อยก็พร้อมใจกันเข้าไปอ่าน คอมเมนต์ วิพากษ์วิจารณ์ จนบางครั้งเรื่องเล็กๆ ก็บานปลายกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต
มาคะ เดี๋ยวดิฉันจะสวมบทเป็นนักวิเคราะห์สัก1วันเพื่อคุณผู้อ่าน
1. ดราม่าคือความบันเทิงในชีวิตประจำวัน
ในยุคที่โซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต คนไทยจำนวนไม่น้อยใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ หลายคนอาจจะทำงานเครียด อยากหาอะไรอ่านแก้เบื่อ หรือบางคนอาจจะไม่ได้มีเรื่องตื่นเต้นในชีวิตมากนัก พอเจอข่าวดราม่าก็รู้สึกเหมือนได้มีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ที่สนุกสนาน มีเรื่องให้ติดตามเหมือนละครที่เล่นกันสดๆ
2. ความคันไม้คันมือ อยากแสดงความคิดเห็น
ดิฉันสังเกตว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยมีนิสัย "อินกับเรื่องของคนอื่น" พอเจอดราม่าที่ดูแล้วรู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับหลักศีลธรรม ความถูกต้อง หรือสิ่งที่ตัวเองไม่เห็นด้วย ก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปแสดงความคิดเห็น ติชม หรือแม้แต่ตำหนิฝ่ายที่ตัวเองมองว่าเป็นฝ่ายผิด
บางครั้งดราม่ากลายเป็นพื้นที่ให้คนได้แสดงออกทางความคิด แต่บางครั้งก็เลยเถิดจนกลายเป็นการซ้ำเติมกันไป ซึ่งจุดนี้ก็เป็นดาบสองคม
3. สังคมไทยผูกพันกับวัฒนธรรม "เม้าท์มอย"
ดิฉันคิดว่าคนไทยผูกพันกับการ "เม้าท์มอย" มานานแล้วค่ะ ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต คนเฒ่าคนแก่ก็นั่งจับกลุ่มคุยเรื่องบ้านใกล้เรือนเคียง ใครทำอะไร ใครมีปัญหากับใคร ซึ่งเป็นเรื่องปกติของสังคมที่อยู่กันเป็นชุมชน
พอโซเชียลมีเดียเกิดขึ้น มันก็เหมือนขยายวงของการเม้าท์มอยออกไปจากหมู่บ้านเล็กๆ ไปสู่ระดับประเทศ ข่าวดราม่าจึงกลายเป็น "หัวข้อสนทนา" ให้คนในสังคมได้พูดคุยและมีส่วนร่วม
4. ดราม่าทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง
ดิฉันเคยได้ยินนักจิตวิทยาหลายคนพูดว่า "เวลาคนเราเห็นคนอื่นมีปัญหา มันทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองยังโชคดี" อันนี้ก็น่าคิดนะคะ เพราะบางครั้งเวลาคนเรารู้สึกแย่ พอเห็นดราม่าที่มันรุนแรงกว่าเรื่องของตัวเอง ก็เหมือนได้ปลอบใจตัวเองกลายๆ ว่า “อืม อย่างน้อยชีวิตเราก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น”
5. ข่าวดราม่าสร้าง "ขั้วความคิด" และความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน
ดิฉันสังเกตว่า ข่าวดราม่าหลายๆ เรื่อง มักจะถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย คนที่อ่านก็มักจะเลือกข้าง เช่น ฝ่ายหนึ่งเห็นด้วยกับคนดัง A ส่วนอีกฝ่ายเชียร์คนดัง B ซึ่งทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างดุเดือด
ในมุมหนึ่ง สิ่งนี้อาจจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดที่ดี แต่ในอีกมุมหนึ่ง ถ้าเราอินเกินไปจนทะเลาะกันเอง หรือใช้คำพูดรุนแรงกับคนที่เห็นต่าง ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมาได้
ข้อดีของการเสพข่าวดราม่า
(1) ทำให้เรารับรู้ข่าวสารใหม่ๆ
(2)เป็นช่องทางให้คนได้แสดงความคิดเห็น
(3) เป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งที่ช่วยคลายเครียด
(4) บางกรณีช่วยให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น การเปิดโปงเรื่องผิดกฎหมาย หรือการกดดันให้เกิดความยุติธรรม
ข้อเสียของการเสพข่าวดราม่ามากเกินไป
(1) อาจทำให้เราหมกมุ่นกับเรื่องของคนอื่นมากกว่าชีวิตตัวเอง
(2) บางครั้งข่าวอาจถูกบิดเบือน หรือเป็น "เฟกนิวส์" ทำให้เข้าใจผิด
(3) ทำให้เกิดการทะเลาะกันในสังคม
(4) บางกรณีอาจทำให้เกิด "Cyberbullying" หรือการรุมด่าคนในข่าวจนเกินไป
ดิฉันไม่ได้บอกว่าการเสพข่าวดราม่าเป็นเรื่องผิดนะคะ เพราะจริงๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ที่อยากรู้อยากเห็นเรื่องของคนอื่น และอยากแสดงความคิดเห็น แต่สิ่งสำคัญคือ เราต้องมีสติและวิจารณญาณ ไม่หลงเชื่อข่าวลือหรือข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ และไม่ปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในวังวนของดราม่าจนส่งผลกระทบต่อจิตใจตัวเอง
แล้วเพื่อนๆ คิดว่ายังไงกันบ้างคะ มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยค่ะ 😊















