เสียงแห่งความหวัง! ยืนยันพบสัญญาณชีพจากบันไดหนีไฟ กู้ภัยแข่งกับเวลา
เสียงแห่งความหวัง! กู้ภัยเร่งช่วยหญิงติดใต้ซากอาคาร สตง. หลังพบสัญญาณชีพ ทีมค้นหาฝ่าอุปสรรคแข่งกับเวลา
ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความตึงเครียดและความพยายามที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายวัน ข่าวดีที่ทุกคนรอคอยก็เกิดขึ้น! "มีผู้รอดชีวิต!"
เสียงแห่งความหวังดังขึ้นจากซากปรักหักพังของอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่พังถล่มลงมาจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงเมื่อหลายวันก่อน ทีมกู้ภัยที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่ย่อท้อสามารถตรวจพบ "สัญญาณชีพของหญิงสาว 1 ราย" บริเวณโพรงบันไดหนีไฟ ซึ่งเป็นจุดที่มีโครงสร้างแข็งแรงมากที่สุดของอาคาร
นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกมายืนยันข้อมูลดังกล่าวผ่านการแถลงข่าว พร้อมย้ำว่าแม้สถานการณ์ยังคงเปราะบาง และยังไม่สามารถดึงตัวผู้รอดชีวิตออกมาได้ในทันที แต่ทีมกู้ภัยไม่หมดหวัง และจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยชีวิตเธอออกมาให้ได้
"เราได้ยินเสียงตอบกลับมา เธอยังมีสติ และยังมีโอกาสรอด เราจะไม่หยุด จนกว่าจะพาเธอออกมาได้"
- จากเสียงในเงามืด การค้นพบที่นำไปสู่ความหวัง
จุดเริ่มต้นของภารกิจแห่งความหวังนี้ เกิดขึ้นในช่วงกลางดึกของวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา เมื่อทีมค้นหาที่ปฏิบัติภารกิจอยู่บริเวณซากอาคาร ได้ยินเสียงแว่ว ๆ คล้ายเสียงของมนุษย์ดังออกมาจากใต้ซากปรักหักพัง
"ช่วยด้วย..."
เสียงนั้นเบาและอ่อนล้ามาก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยทุกคนหยุดนิ่ง และตั้งใจฟัง
เพื่อความมั่นใจ ทีมกู้ภัยได้ลองส่งสัญญาณไปยังพื้นที่ที่คาดว่ามีผู้รอดชีวิตติดอยู่ พวกเขาเคาะโลหะสามครั้ง และสิ่งที่ได้รับกลับมาคือ...
เสียงเคาะตอบกลับ 3 ครั้ง!
นี่คือสัญญาณยืนยันว่า "เธอยังมีชีวิตอยู่!"
- ปรับแผนช่วยเหลือ ยกเลิกเครื่องจักรหนัก เร่งขุดอุโมงค์นำตัวออกมา
หลังจากได้รับสัญญาณชีพ ทีมกู้ภัยจึงรีบปรับแผนการช่วยเหลือโดยทันที โดย สั่งหยุดใช้เครื่องจักรหนักทั้งหมด ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 2 เมษายน เพื่อลดความเสี่ยงในการทำให้โครงสร้างอาคารที่เหลือพังลงไปอีก
แทนที่การใช้เครื่องจักรหนัก ทีมกู้ภัยเลือกใช้ อุปกรณ์ขนาดเล็กและเทคนิคการขุดเจาะด้วยมือ เพื่อลดแรงสั่นสะเทือน ขณะเดียวกันก็ใช้เครื่องโซนาร์และกล้องส่องโพรงในการวัดระยะเพื่อหาตำแหน่งที่แน่ชัดของผู้รอดชีวิต
เส้นทางกู้ภัยเต็มไปด้วยอุปสรรค
อุปสรรคแรก – ทีมกู้ภัยต้องฝ่าแผ่นคอนกรีตขนาดใหญ่ของโครงสร้างบันไดหนีไฟถึง 3 ชั้น ซึ่งรวมกันมีน้ำหนักมากกว่า 60 ตัน!
อุปสรรคที่สอง – การขุดเจาะต้องทำด้วยความระมัดระวังสูงสุด เพราะพื้นที่เต็มไปด้วยเศษซากอาคารที่ไม่มั่นคง
อุปสรรคสุดท้าย – ทีมกู้ภัยพบ "เหล็กเส้นจำนวนมาก" ที่ขวางทางอยู่ จึงต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างตัดออกทีละชิ้น
หลังจากผ่านกระบวนการทั้งหมด ทีมกู้ภัยสามารถเจาะโพรงอุโมงค์ที่นำไปสู่จุดที่ตรวจพบสัญญาณชีพได้สำเร็จ
ข้อมูลล่าสุดจากเครื่องโซนาร์ระบุว่า จากปลายอุโมงค์ที่ขุดเจาะจนถึงจุดที่หญิงสาวติดอยู่ ยังเหลือระยะทางอีกประมาณ 3 เมตร
- โครงสร้างบันไดหนีไฟ พื้นที่สุดท้ายแห่งความหวัง
การที่พบผู้รอดชีวิตในบริเวณบันไดหนีไฟนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นไปตามข้อมูลเชิงโครงสร้างที่เพจข่าวสังคมหลายแห่ง รวมถึง Drama-addict ได้นำเสนอไว้ก่อนหน้านี้
บันไดหนีไฟถือเป็น "กระดูกสันหลัง" ของอาคาร ถูกออกแบบให้มีความแข็งแรงกว่าส่วนอื่น ๆ เพื่อให้ทนต่อเหตุฉุกเฉินเช่นไฟไหม้หรือแผ่นดินไหว การที่หญิงสาวสามารถเอาชีวิตรอดมาได้ จึงถือเป็นปรากฏการณ์ที่อธิบายได้ทางวิศวกรรม
"ตรงนี้แหละคือความหวังของเรา และมันกำลังจะกลายเป็นเส้นทางช่วยชีวิตเธอ"
เมื่อข่าวการพบสัญญาณชีพของผู้รอดชีวิตแพร่กระจายออกไป ประชาชนทั่วประเทศต่างส่งกำลังใจและความช่วยเหลือมายังทีมกู้ภัย มีการตั้งจุดรับบริจาคอุปกรณ์ช่วยชีวิต อาหาร และเครื่องดื่มให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานกันอย่างหนัก
แม้ว่าการค้นหาและช่วยเหลือจะเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย แต่ ผู้ว่าฯ ชัชชาติและทีมกู้ภัยยืนยันหนักแน่นว่า พวกเขาจะไม่ยอมแพ้
"เราไม่คาดหวัง แต่เราไม่หมดหวัง"
ทุกวินาทีจากนี้ไปคือการแข่งกับเวลา ทีมกู้ภัยจะต้องเร่งมือให้เร็วที่สุดก่อนที่ผู้รอดชีวิตจะหมดแรง ทีมแพทย์ฉุกเฉินก็เตรียมพร้อมอยู่ในที่เกิดเหตุเพื่อนำตัวเธอไปรักษาโดยทันทีหลังจากได้รับการช่วยเหลือ "อีกเพียง 3 เมตร..."
ระยะทางที่ดูเหมือนใกล้ แต่กลับเต็มไปด้วยความยากลำบาก ทีมกู้ภัยต้องทำงานแข่งกับเวลา และทุกคนในประเทศต่างเฝ้ารอปาฏิหาริย์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
อ้างอิงจาก: ภาพจากFB:Drama-addict และ ดาวแปดแฉก













