เปิดหลักฐาน! ‘นายพล’ ที่ปรึกษาบริษัทจีน สร้างตึก สตง. ก่อนปลิดชีพตัวเอง
เปิดปมการเสียชีวิตของ "พลเอกภัสสร อิศรางกูร ณ อยุธยา" ปมซับซ้อนที่ไขกระจ่างด้วยหลักฐานวงจรปิด
ย้อนไปเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2566 เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญในวงการธุรกิจและการเมืองไทย เมื่อ "พลเอกภัสสร อิศรา งกูร ณ อยุธยา" อดีตนายทหารระดับสูงและที่ปรึกษาของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ถูกพบเสียชีวิตภายในห้องประชุมชั้น 2 ของบริษัทนำเข้าและส่งออกยางรถยนต์แห่งหนึ่ง ย่านถนนพุทธบูชา แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร สร้างความตกตะลึงและข้อกังขาให้กับสังคม เนื่องจากพลเอกภัสสรมีบทบาทที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจระดับนานาชาติ อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีมูลค่ามหาศาล
ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ ซึ่งรับผิดชอบคดีดังกล่าว ระบุว่า ศพของพลเอกภัสสร ถูกพบในห้องประชุมของบริษัท โดยมีบาดแผลถูกยิงบริเวณหน้าอกเหนือราวนมด้านซ้าย 1 นัด กระสุนทะลุหลัง ไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือรื้อค้นภายในห้อง สร้างข้อสงสัยเกี่ยวกับสาเหตุของการเสียชีวิต ซึ่งในเบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรือฆาตกรรม
หลังจากเกิดเหตุ ตำรวจได้เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวน โดยสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาข้อเท็จจริง จากการรวบรวมหลักฐานพบว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน โดยไม่มีบุคคลอื่นเข้าไปในห้องประชุมก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้น และหลังจากเสียงปืนดังขึ้น พนักงานภายในบริษัทได้รีบเข้าไปในห้องเกิดเหตุทันที
จากการสอบสวนเพิ่มเติม ตำรวจได้รับข้อมูลจากญาติของพลเอกภัสสรว่า ผู้เสียชีวิตมีประวัติป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาก่อน และอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การตัดสินใจจบชีวิตตนเอง โดยไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลที่ชี้ให้เห็นถึงปัญหาขัดแย้งทางธุรกิจที่อาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกตั้งข้อสงสัย คือความเกี่ยวข้องระหว่างการเสียชีวิตของพลเอกภัสสรกับโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่ถล่มลงมา ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 เป็นหนึ่งในผู้รับเหมา อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีความเกี่ยวข้องระหว่างสองเหตุการณ์นี้
จากการรวบรวมหลักฐานและสอบปากคำพยาน ตำรวจได้ข้อสรุปว่า การเสียชีวิตของพลเอกภัสสรเป็นการทำร้ายตัวเองจนเสียชีวิต และไม่มีความเกี่ยวข้องกับประเด็นทางธุรกิจหรือกรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่มแต่อย่างใด ทำให้ทางเจ้าหน้าที่สามารถปิดคดีได้ โดยยืนยันว่าเป็นกรณีของการฆ่าตัวตายจากภาวะซึมเศร้า
แม้ว่าคดีนี้จะได้รับการสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ก็ได้เปิดประเด็นให้สังคมได้ตระหนักถึงปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มบุคคลที่มีความเครียดสูง โดยเฉพาะผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานสำคัญ ซึ่งอาจต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล การให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต รวมถึงการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าอย่างเหมาะสม อาจช่วยป้องกันโศกนาฏกรรมที่คล้ายคลึงกันในอนาคต
เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่สังคมควรใส่ใจ ไม่เพียงแต่ในแง่ของการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างสังคมที่ตระหนักถึงปัญหาสุขภาพจิต เพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต













