หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หญิงวัย 103 ปี เสียชีวิตหลังรอคอยผัวมานาน 80 ปี

เขียนโดย ไม่รู้ ไม่รู้



     เรื่องราวความรักและการรอคอยอันซาบซึ้งใจ เพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อ "ตู้ หู เจิ้น" หญิงวัย 103 ปี ได้เสียชีวิตหลังจากรอคอยการกลับมาของผัว ที่หายตัวไปมานานกว่า 8 ทศวรรษ ความเพียรพยายามและความรักอันมั่นคงของเธอ ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย และ กลายเป็นเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ เกี่ยวกับความภักดีและความรัก...


     จากคำไว้อาลัยของครอบครัว "ตู้ หู เจิ้น" เผยว่า "เธอเสียชีวิตที่บ้านของเธอ ในมณฑลกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ ของประเทศจีน โดยขณะที่เธอเสียชีวิต เธอยังคงถือปลอกหมอนเก่าๆไว้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นของที่ระลึกจากการแต่งงานของเธอกับ "หวง จุน ฟู่" ผัวของเธอในปี 1940

    หลังจากแต่งงานได้แค่วันเดียว "หวง จุน ฟู่" ก็เข้าร่วมกองทัพ และ ออกรบโดยทิ้งเมียของเขาที่ยังสาว ไว้ที่บ้านเกิด ในปี 1943 โดยทั้งสองมีโอกาสได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ในช่วงสั้นๆ เมื่อ "ตู้ หู เจิ้น" เดินทางไปที่ฐานทัพของผัว แต่ความสุขนั้นไม่นานนัก หลังจากนั้นเธอก็ตั้งครรภ์ เธอถูกเจ้าหน้าที่ฐานทัพบังคับให้กลับบ้าน หลังจากนั้นพวกเขาก็แยกจากกัน

     ในเดือนมกราคม 1944 "ตู้ หู เจิ้น" ได้ให้กำเนิดลูกชาย ซึ่งเธอตั้งชื่อให้ว่า "หวง พัท ซวง" และ เพียงไม่กี่วันหลังจากลูกชายของเขาเกิด "หวง จุน ฟู่" ก็กลับบ้านมาเพื่อเข้าร่วมพิธีศพของแม่ของเขา อย่างไรก็ตามในไม่ช้าเขาก็ถูกส่งกลับเข้าสู่กองทัพ และ ไม่เคยกลับมาอีกเลย...

     ในปีต่อๆมา "หวง จุน ฟู่" ยังคงติดต่อกับ "ตู้ หู เจิ้น" ผ่านทางจดหมาย โดยจดหมายฉบับสุดท้ายที่ส่งถึงบ้าน เมื่อวันที่ 15 มกราคม 1952 เขาเขียนว่า "เกี่ยวกับการเรียนของลูกชาย ไม่ว่าครอบครัวจะยากจนแค่ไหน คุณต้องปล่อยให้เขาเรียนอย่างจริงจัง" และ "ผมจะกลับมาพบคุณอีกแน่นอน" โดยเขาส่งเอกสารเพื่อบ่งบอกว่า เขากำลังทำงานอยู่ที่บริษัทก่อสร้างจีน ในประเทศมาเลเซีย ก่อนที่จะย้ายมาสิงคโปร์ไม่กี่ปีต่อมา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาก็ขาดการติดต่อกับครอบครัวไปโดยสิ้นเชิง...

     ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้รับข่าวคราวจากผัวของเธออีกต่อไปแล้ว แต่เธอก็ยังคงเชื่อว่าสักวันหนึ่งเขาจะกลับมา ตลอดหลายปีแห่งการรอคอย เธอทำงานหนักอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อเลี้ยงดูลูกของเธอ โดยทำงานในทุ่งนาในเวลากลางวัน และ ทอรองเท้าแตะฟางและทอผ้าในเวลากลางคืน เธอปฏิเสธคำขอแต่งงานจากผู้ชายที่มาขอเธอหลายคน เนื่องจากเธอยังคงหวังว่า ผัวของเธอจะกลับมาหาสักวันหนึ่ง...

     "ตู้ หู เจิ้น" กล่าวว่า "ตอนนั้นฉันคิดในใจว่า "ถ้าวันหนึ่งเขากลับมาอีกล่ะ?" เขาจะทำยังไง หากฉันแต่งงานใหม่?"


     ถึงแม้ "ตู้ หู เจิ้น" จะไม่รู้หนังสือ แต่เธอก็ยังคงมองโลกในแง่ดี และ สนับสนุนให้ลูกๆหลานๆ ตั้งใจเรียนอยู่เสมอ หลานสาวของเธอ "หวง เล อันห์" กล่าวว่า "คุณย่าของฉันเป็นคนไม่รู้หนังสือ และ มีชีวิตที่ยากลำบาก แต่คุณย่าเป็นคนมองโลกในแง่ดี และ มุ่งมั่นเสมอมา คุณย่าบอกพ่อและพี่น้องของฉันว่า ให้ตั้งใจเรียนและเติบโตขึ้นมา เพื่ออุทิศตนให้กับประเทศและสังคม ซึ่งฉันก็ทำแบบนั้น"


     ด้วยการสนับสนุนจากครอบครัว "หวง เล อันห์" ก็ได้สอบเป็นครูได้สำเร็จ ในช่วงปลายทศวรรษปี 1970 หลังจากที่สอบเอาชนะผู้สมัครคนอื่นๆอีกหลายร้อยคน ซึ่งเธอได้ทำตามความปรารถนาของพ่อได้สำเร็จ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยมีโอกาสได้พบพ่ออีกเลยก็ตาม ซึ่งพ่อของ "หวง เล อันห์" เสียชีวิตในปี 2022 ซึ่งเป็นการปิดฉากส่วนหนึ่ง ของเรื่องราวครอบครัวของ "ตู้ หู เจิ้น" และ "หวง เล อันห์"

     ครอบครัวของ "ตู้ หู เจิ้น" พยายามค้นหาที่อยู่ของ "หวง จุน ฟู่" มาโดยตลอด ทั้งการลงข่าวในสื่อต่างๆ ไปจนถึงการจ้างสายสืบเพื่อตามหาตัว ไปจนถึงขั้นจ้ายสายสืบระหว่างประเทศ แต่ก็ยังไม่เจออะไรเลยสักอย่าง

     เจ้าหน้าที่เทศมณฑลจุนยี่ยืนยันว่า "ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับเขาอีก หลังปี 1970"

     อย่างไรก็ตาม เมื่อ "ตู้ หู เจิ้น" เสียชีวิต หลานสาวของเธอกล่าวว่า "ดูเหมือนว่าเธอจะเสียชีวิตอย่างสงบ ราวกับว่าเธอเห็นภาพนิมิต ของการกลับมารวมตัวกับผัวในปรโลก ครอบครัวของเรายังคงไม่หมดหวัง และ จะยังคงค้นหาเบาะแสของ "หวง จุน ฟู่" ต่อไป..."

     เรื่องราวของ "ตู้ หู เจิ้น" เป็นบทพิสูจน์ที่ทรงพลังของความรัก ความภักดี และ ความพากเพียร ถึงแม้ว่าชีวิตของเธอจะเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่ความรักที่เธอมีต่อผัว ก็ไม่เคยจางหายไปจากชีวิต 103 ปีของเธอ ถึงแม้เธอจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ความภักดี ความรัก และ ความศรัทธาของเธอ จะยังคงเป็นแรงบันดาลใจ ให้กับคนรุ่นต่อไปตลอดไป...

เนื้อหาโดย: ไส้ติ่งของแอดมิน
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ไม่รู้ ไม่รู้'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 298 ครั้ง
เขียนโดย ไม่รู้ ไม่รู้
นักข่าวสายไวรัล–ข่าวต่างประเทศ
เชี่ยวชาญพาดหัวแรง สรุปไว ตรงจุด
ถ่ายทอดประเด็นสำคัญให้เข้าใจทันทีในไม่กี่วินาทีแรก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: ไส้ติ่งของแอดมิน, Thorsten
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏมากที่สุด5 ประเทศที่ใช้เงินบาทมากที่สุด10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด5 ประเทศที่ "ลึกลับ" และ "เข้ายาก" ที่สุดในโลกทำไมคนเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน แทบไม่มีกลิ่นตัว คำตอบอยู่ที่ยีน ABCC11'รถรางลพบุรี' รถรางสายสุดท้ายที่ให้บริการในต่างจังหวัดของไทยจังหวัดที่ชื่อเหมือนผลไม้จังหวัดในไทยที่ไม่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏเลยสายเชีย วงศ์วิโรจน์ ชี้แจงเอง ไม่ใช่เจ้าของหาดทรายขาวคนไทยนิยมไปทำงานที่ประเทศไหน มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในโลกวัดที่กำแพงเพชร "รองเท้าไม่เคยหาย" แม้คนมานับพัน!5 สัญญาณอัลไซเมอร์ที่ลูกหลานมักคิดว่าแค่แก่แล้วลืม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุดทอง 71,050 พฤษภาคม 2569 น่าซื้อไหม แบ่งไม้สำคัญกว่า all-inน้องหมาลามกชอบดมเป้าคน ? ความจริงที่อาจทำให้คุณเขินจนหน้าแดง5 สัญญาณอัลไซเมอร์ที่ลูกหลานมักคิดว่าแค่แก่แล้วลืมปลาที่พบได้ในจังหวัดพิษณุโลก เพียงแห่งเดียวเท่านั้นบนโลกใบนี้5 ประเทศที่ "ลึกลับ" และ "เข้ายาก" ที่สุดในโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ทอง 71,050 พฤษภาคม 2569 น่าซื้อไหม แบ่งไม้สำคัญกว่า all-inอดีตนักร้องไอดอลเผยความลับสุดดำมืดของวงการพนักงานสวนสัตว์ เผาร่างภรรยานานกว่า 2 ชั่วโมงผลสำรวจพบว่า "วัยรุ่นญี่ปุ่น 7% อาจเสพติด สื่อสังคมออนไลน์"
ตั้งกระทู้ใหม่