เอาแล้ว!!! ทัพเมียนมาแก้กม.ความมั่นคง 'หมิ่นนายพล-ขวางทหาร' เจอคุก 20 ปี
ยูเอ็นขู่ จัดการกองทัพเมียนมาเด็ดขาด หากปราบผู้ประท้วงรุนแรง ประณามตัดเน็ตปิดหูปิดตาประชาชน ด้านคณะรัฐประหารแก้กม.ใครขวางกองทัพเจอคุก
องค์การสหประชาชาติออกแถลงการณ์แสดงความกังวลถึงสถานการณ์ในเมียนมา เรียกร้องให้กองทัพเมียนมาใช้ความอดกลั้นต่อความเคลื่อนไหวของประชาชนซึ่งประท้วงอย่างสันติ โดยไม่ใช่ความรุนแรงจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุม
รายงานระบุว่า คริสติน เชราเนอร์ บัวร์เกอร์เนอร์ ทูตพิเศษด้านกิจการเมียนมาของยูเอ็น ได้หารือทางโทรศัพท์กับพล.อ. โซ วิน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรองประธานคณะมนตรีการปกครองแห่งรัฐ โดยผู้แทนยูเอ็นเรียกร้องให้รัฐบาลทหาร เคารพสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองซึ่งชุมนุมเคลื่อนไหวอย่างสันติ พร้อมย้ำว่าประชาคมโลกกำลังเฝ้าจับตาสถาการณ์ในเมียนมาอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากกองทัพใช้มาตรการรุนแรงเข้าปราบปรามประชาชน ยูเอ็นจะใช้ "มาตรการขั้นเด็ดขาด" จัดการกับกองทัพ
อย่างไรก็ตาม ด้านพล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่ายน์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคณะมนตรีการปกครองแห่งรัฐ แถลงโต้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐพยายามอย่างสุดความสามารถในการควบคุมสถาการณ์ อย่างไรก็ตาม กองทัพไม่ลังเลจะใช้มาตรการเด็ดขาดจัดการกับ "ผู้ก่อกบฏ" กับผู้ชุมนุมที่ใช้ความรุนแรงเช่นกัน
ขณะเดียวกับสหประชาชาติยังออกแถลงการณ์ประณามการปิดกั้นการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของกองทัพเมียนมา โดยระบุว่า ช่วงการหารือระหว่างบัวร์เกอร์เนอร์ กับ พล.อ. โซ วิน ผู้แทนยูเอ็นได้กล่าวประณามการปิดกั้นเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนหนึ่งของการทำลายหลักประชาธิปไตย เนื่องจากประชาชนชาวเมียนมามีสิทธิเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรอบด้านและเสรี ขณะเดียวกันการปิดกั้นอินเทอร์เน็ต ยังส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วนรวมถึงธนาคารซึ่งทำให้สถานการณ์ในประเทศยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
ช่วงคืนที่ผ่านมา กองทัพได้ปิดกั้นการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในทั่วประเทศอีกครั้งในช่วงเวลา ตี 1 - 9 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น ซึ่งคาดว่ากองทัพอาจใช้วิธีการตัดอินเทอร์เน็ตในช่วงคืนต่อไป ท่ามกลางความหวั่นเกรงของชาวเมียนมาในแต่ละชุมชนที่จัดเวรยามรักษาการดูแลความปลอดภัยกันเอง เนื่องจากหวั่นเกรงว่าฝ่ายความมั่นคงจะเข้ามาตรวจค้นหรือจับกุมผู้เคลื่อนไหวต้านรัฐประหารในยามวิกาล
แก้ประมวลกฎหมายอาญาความมั่นคง
ขณะเดียวกันคณะรัฐประหารเมียนมา ภายใต้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า "คณะมนตรีการปกครองแห่งรัฐ" ได้เผยแพร่แถลงการณ์เกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายบางมาตราของประมวลกฎหมายอาญาในประเด็น พฤติการณ์เข้าข่ายก่อสงคราม ซึ่งเป็นกฎหมายความมั่นคงภายในประเทศ ให้มีเนื้อหาครอบคลุมการปลุกระดม สนับสนุนหรือสมคบคิดต่อกลุ่มบุคคลใดก็ตามที่มีเป้าประสงค์ล้มล้างรัฐบาลและอำนาจตามรัฐธรรมนูญ
เนื้อหาของกฎหมายดังกล่าวระบุว่า บุคคลใดก็ตามที่กระทำกีดกันเจ้าหน้าที่อาจต้องโทษจำคุกถึง 7 ปี ขณะที่บุคคลใดก็ตามที่ยุยงปลุกปั่นให้สังคมไม่สงบเรียกร้อยมีโทษจำคุก 3 ปี นอกจากนี้กฎหมายดังกล่าวยังครอบคลุมถึงโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี หากผู้ประท้วงขัดขวางฝ่ายความมั่นคงหรือยุยงปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชังหรือหมิ่นประมาทแกนนำคณะรัฐประหาร
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กองทัพได้ลำเลียงรถหุ้มเกราะพร้อมกำลังทหารเข้าประจำการตามจุดต่างๆ ในหลายเมืองก่อให้เกิดกระแสความหวาดวิตว่ากองทัพจะยกระดับเข้าปราบปรามการประท้วงซึ่งยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ
อ้างอิงจาก: การเมืองไทย ในกะลา
"นามสกุลลงท้าย 'กลาง-กระโทก-ขุนทด' รู้ยังว่าคือรหัสลับบอกถิ่นกำเนิด?"
5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซน
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก
ทำเลที่ดินน่าจับตาช่วงนี้ เมืองไหนมีปัจจัยหนุนให้โตต่อ
สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่เหลือเพียง 2 ตัวในโลก
จังหวัดหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่มีอำเภอน้อยที่สุดเพียง 6 อำเภอ
10 จังหวัดที่มักถูกมองว่าเป็นแหล่งผลิตเด็กสอบติดมหาวิทยาลัยดัง
5 ประเทศและเขตเศรษฐกิจเอเชียที่ HDI สูงสุด ทำไมญี่ปุ่นไม่ใช่อันดับ 1
ขนมไทยชนิดไหน “ขายดีที่สุด” ในตลาดเช้า
ประเทศที่มีโรงแรมสัญชาติไทย ตั้งอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในโลก
ทำไมคนไทยถึง "ชิดซ้าย" และใช้ "พวงมาลัยขวา"
เปิด 10 ตัวอักษรอังกฤษ คำศัพท์มากสุด ทำไม S ทิ้ง P ไกล
คาเวียร์แพงเพราะอะไร รู้จักไข่ปลาสเตอร์เจียนที่เชฟหรูเลือกใช้
ทำไมเตารีดถ่านหนัก 2-3 กิโลฯ ถึงเคยเป็นของคู่บ้านไทย
เปิด 10 ตัวอักษรอังกฤษ คำศัพท์มากสุด ทำไม S ทิ้ง P ไกล
ปิดตำนาน เจ้าของบทเพลงดังอันลือลั่น #ผู้ใหญ่ลี
7 เคล็ดลับขจัดความขี้เกียจในตัวเอง – หรือเราจะเป็นญาติกับหมอน?
ทัวร์คอนเสิร์ตใหญ่ที่ทำรายได้สูงมากที่สุดในประวัติศาสตร์



