แก๊งมอดไม้กัมพูชา ไม่สนพรก.ฉุกเฉิน บุกตัดไม้เขตอนุรักษ์ชายแดนไทย
เขียนโดย บัส สยามเมืองยิ้ม
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 4 พ.ค.2563 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช สั่งการให้ดำเนินการกวาดล้าง กลุ่มขบวนการ ลักลอบตัดไม้ ทำลายป่า ล่าสัตว์ป่า แนวชายแดนไทย อย่างเข้มงวดเฉียบขาด
ทั้งนี้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี ได้ออกตรวจพื้นที่ ประชุมวางแผนร่วมกับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ,หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า รวม 12 แห่ง ที่มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งกัมพูชาและลาว โดยมีหน่วยงานทหาร หน่วยงานความมั่นคง ร่วมปฎิบัติการด้วย
สืบเนื่องจาก การข่าวและผลการเดินลาดตระเวน พบแค้มป์ ที่พักจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มคนดังกล่าว เข้ามาโค่นต้นไม้ พร้อมทั้งแปรรูป นำเข้าและนำไม้ออกไป จึงได้จัดหน่วยลาดตระเวน ดักซุ่ม ซึ่งมอบให้ หัวหน้าหน่วยแต่ละพื้นที่ ลงพื้นที่ด้วยตนเอง
โดยเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 63 ชุดลาดตระเวน Smart Patrol เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ได้ออกเดินลาดตระเวนบริเวณป่าทางทิศใต้ บ้านแซรไปร ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ทับซ้อน เขตป่าถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี “ป่าฝั่งซ้ายห้วยศาลา” ท้องที่ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากชายแดนไทย - กัมพูชา ประมาณ 4 กิโลเมตร พบร่องรอยการใช้เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ทั้งที่ไม่ได้มีการเปิดให้ใช้เส้นทางนี้แต่อย่างใด และพบร่องรอยการทำไม้ จึงได้วางแผนดักซุ่มอยู่ในพื้นที่
ต่อมาวันที่ 3 พ.ค. 63 เวลา 05.30 น. ขณะดักซุ่มได้พบผู้การกระทำผิดทำไม้ 5 ราย เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมสามารถจับกุมได้ 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายยา เซ็ง อายุ 38 ปี เป็นชาวกัมพูชา ส่วนผู้กระทำผิดอีก4คน วิ่งหลบหนีไปได้ พบของกลางเป็นไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 4 ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตร 0.22 ลูกบาศก์เมตร พร้อมอุปกรณ์ทำไม้
นายยา เซ็ง ผู้ต้องหาชาวกัมพูชา สารภาพว่า ได้ลักลอบข้ามชายแดนเข้ามาในฝั่งไทย เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 63 กับพวกรวม 13 คน มีชาวกัมพูชา 1 คน และเป็นคนไทย 2 คน นำทางลักลอบเข้าป่าอนุรักษ์ เพื่อตัดไม้ชิงชันตาม order หลังโค่นแปรรูปไม้ชิงชันเสร็จ จึงนอนพักจนเช้ามืดใกล้สว่าง จึงช่วยกันขนย้ายไม้โดยแบกกันคนละ 1 แผ่นเหลี่ยม เป็นชุดแรกขนย้ายล่วงหน้า มี 5 คน ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและหนีรอดไปได้4คน ส่วนชุดหลัง อีก 6 คน ยังพักอยู่ในป่า
เมื่อทราบดังนั้น เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา จึงแยกย้ายกันดักซุ่มอยู่ในพื้นที่ และลาดตระเวนในบริเวณใกล้เคียง พบของกลางไม้ชิงชัน จำนวน 9 ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตร 0.55 ลบม. ถูกทิ้งไว้ห่างจากชายเดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 5 กม. แต่ไม่พบผู้กระทำผิด คาดว่าผู้กระทำผิดคงรู้ตัวว่า ชุดขนไม้ชุดแรกที่ล่วงหน้าไปก่อน ถูกจับกุม จึงทิ้งไม้ไว้ในพื้นที่ และหลบหนีไป
สำหรับกลุ่มขบวนการทำไม้ จะไม่สนใจเรื่องใด ๆ แม้มีกลุ่มหรือพรรคพวกโดนจับ ขบวนการลักลอบตัดไม้ ก็ยังคงรวบรวมคนกลุ่มใหม่ ขึ้นมาอีกอย่างต่อเนื่อง เพราะพวกนี้คิดอย่างเดียวว่า ทำอะไรก็ได้ เพื่อให้ได้เงินมาใช้จ่าย อีกทั้งไม้หวงห้ามมีราคาที่สูง โดยราคาที่ซื้อขาย ไม้มะค่าโมง ไม้ประดู่ ขนาดความกว้าง 80-100 ซม. ยาว 2 เมตร หนา 10 ซม. ราคาพ่อค้าไม้รับซื้อแผ่นละ 2 ล้านเรียล ( 2 หมื่นบาท) ส่วนไม้ชิงชัน รับซื้อ กก. ละ 40-100 บาท.
อย่างไรก็ตาม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้มีข้อสั่งการตั้งแต่มีประกาศ พรก.ฉุกเฉิน โดยให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทุกนาย เฝ้าระวังอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชม. แม้การท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จะยังคงปิดอยู่ แต่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ก็ยังต้องทำงานกันอย่างหนัก เพื่อเฝ้าระวังภัยคุกคาม ทั้งไฟป่า ล่าสัตว์ป่า และตัดไม้ เพื่อปกป้องรักษาทรัพยากรป่าไม้คงอยู่
อ้างอิงจาก: Cr.วุฒิเดช ก้อนทองคำ
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
เปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?
10 ที่เที่ยวลับในไทย สวยระดับโลก แต่คนยังไปไม่เยอะ
8 ดอกไม้ห้ามไหว้พระ
เพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชน
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย
10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่ถือครองทองคำสำรองน้อยที่สุดในอาเซียน
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
ชอบวิวตอนนี้
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!







