ทัพภาค 4 สั่งลดโทษ “จ่าจำปา”จากจำขัง 45 วัน เหลือ จำขัง 7 วัน
เขียนโดย ลูกสาวอบต
ลดโทษ!!
ทัพภาค4 สั่งลดโทษ “จ่าจำปา”
จากจำขัง 45 วัน
เหลือ จำขัง 7 วัน
17 - 23 เม.ย. 63 ครบโทษวันนี้
ยัน กก.สอบสวนฯ ตัดสิน ไม่ได้ทำกระแส
ชี้ จ่าจำปา ผิดจริง สอบสวนทุกฝ่าย รวมทั้งเจ้าตัว-ด่านตรวจ
แต่เพราะ ทำหน้าที่ไม่เคยบกพร่อง ไม่เคยทำผิดวินัยร้ายแรง
ย้ำทหารตัองยึดมั่นคำสั่ง และระเบียบวินัย
พล.ต. ปราโมทย์ พรหมอินทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4/โฆษกกองทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ตามที่กองทัพภาคที่ 4 ได้ชี้แจงเหตุผลในการลงทัณฑ์กำลังพลพร้อมกำชับดูแลครอบครัว กวดขันวินัยและตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
กรณี จ่าสิบเอก พีระศักดิ์ จำปา นั้น
คณะกรรมการของกองทัพภาคที่ 4 ได้เข้าทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยการสอบสวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ประกอบด้วย ผู้ถูกสั่งลงทัณฑ์ ผู้บังคับบัญชาโดยตรง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ณ ด่านตรวจในวันเกิดเหตุ พยานบุคคล และพยานแวดล้อมอื่นๆ อย่างรอบด้าน
สามารถสรุปได้ว่า ถึงแม้พฤติกรรมและการแสดงออกของ จ่าสิบเอกพีระศักดิ์ จำปา จะเข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.วินัยทหาร ฐานใช้กิริยาวาจาไม่สมควรและไม่ปฏิบัติตามนโยบาย และคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเหนือตน ที่ได้สั่งการให้ทหารทุกคนปฏิบัติตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดี ประพฤติและปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ ตามที่ได้ออกประกาศไว้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตามนโยบายรัฐบาลและส่วนราชการในพื้นที่อย่างเคร่งครัด หากผู้ใดฝ่าฝืนก็จะได้รับการลงทัณฑ์สถานหนัก
อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องไปดูแลมารดาซึ่งป่วยหนัก และต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
และ จ่าสิบเอก พีระศักดิ์ ได้สำนึกผิดว่าได้กระทำผิดวินัยทหารจริง
ประกอบกับที่ผ่านมาได้เป็นผู้ที่ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทเสียสละ ส่งผลดีต่อทางราชการและไม่เคยกระทำความผิดวินัยร้ายแรงมาก่อน
จึงเป็นเหตุอันควรปรานี สมควรลงทัณฑ์ จำขัง มีกำหนด 7 วัน ตั้งแต่ 17 - 23 เม.ย. 63 ณ เรือนจำ มทบ.43 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
การทบทวนการสั่งลงทัณฑ์ในครั้งนี้ไม่ใช่กระแสสังคมมากำหนด แต่เป็นไปตามขั้นตอนของการปกครองบังคับบัญชาตามลำดับชั้นของหน่วยทหาร ที่จะต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับกำลังพลทุกระดับอย่างเท่าเทียมกัน
ทั้งนี้ เพราะวินัยทหารใช้บังคับกับกำลังพลทุกระดับ โดยไม่มีข้อยกเว้น สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นผู้บังคับบัญชาได้ใช้ดุลยพินิจอย่างเหมาะสมแล้วว่ามีเหตุผลสมควรต่อการลดโทษ
สำหรับการดูแลมารดาที่เจ็บป่วย ยังคงให้ทีมแพทย์ของหน่วยทหารเข้าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการรักษาพยาบาลตามห้วงเวลาให้ดีที่สุด
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับ กวดขันวินัยกำลังพล อย่างเข้มงวด พร้อมทั้งให้ปฏิบัติตามมาตรการ นโยบาย ระเบียบและคำสั่งที่เกี่ยวข้องของรัฐบาล ส่วนราชการและกองทัพบก ในเรื่องการป้องกัน การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ
:กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
อ้างอิงจาก: https://www.facebook.com/photo.php?fbid=3008396735885431&set=a.440635312661599
Wassana Nanuam
เขียนโดย ลูกสาวอบต
10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
เปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
8 ดอกไม้ห้ามไหว้พระ
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”
เพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชน
เปิด 7 จังหวัดในไทย อากาศดีที่สุด อยู่แล้วสุขภาพดี
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
จากพริกยอดฮิต สู่พืชที่เผ็ดที่สุดในปฐพี
(รีวิวซีรีย์) บันทึกหิมะแห่งรุ่งอรุณ ไขคดีฆาตกรรมไปกับนิติเวชสาว ที่ปลอมตัวกลับมาล้างแค้น
ย้อนรอย “หญิงโคมเขียว” เที่ยวโสเภณีไทยครั้งละ 1 บาท มีจริงหรือ?
น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย



