ครูแบกนักเรียน ขึ้นห้องเรียนตลอด3ปี ก่อนเดินไปถามซึ่งหน้าถึงสาเหตุ คำตอบที่ได้ทำเอาจุก
เขียนโดย NIXA
ถือว่าเป็นภาพที่คนที่ไม่รู้สาเหตุอาจจะขำขันจนต้องอยกาถามว่าทำไมครูคนดังกล่าวนั้นต้องแบกนักเรียนมาโดยตลอด สำหรับเรื่องราวของ เด็กชายเสี่ยวเจ๋อเรียนอยู่ชั้นป.3 อายุ 11 ปี เขามีรูปร่างเจ้าเนื้อที่ต้องให้คุณครูแบกขึ้น-ลงห้องเรียนเป็นเพราะว่าป่วยด้วยโรคบางอย่างทำให้ไม่สามารถเดินได้เป็นปกติเหมือนคนทั่วไป ทำให้คุณครูพละศึกษา เย่ถิง วัย 32 ปีคนนี้ช่วยแบกเขาขึ้น-ลงห้องเรียนเสมอ จนกลายเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจคนทั้งโรงเรียนไปแล้ว
เนื่องจากเสี่ยวเจ๋อสุขภาพไม่แข็งแรงและล้มป่วย ทำให้เข้าโรงเรียนสาย ในปี 2017 คุณแม่ของเสี่ยวเจ๋อก็ได้ส่งลูกชายไปโรงเรียน ความประทับใจในครั้งแรกที่เขามีต่อคุณครูก็คือ ในการเปิดภาคเรียนวันแรก ขณะกำลังเรียนคาบกายภาพนั้น ครูเย่ถิงก็เห็นเสี่ยวเจ๋อค่อยๆจับรถเข็นเดินมายังสนามกลางแจ้ง มีเพื่อนสองคนช่วยเหลืออยู่ด้านข้าง แล้วมานั่งขอบสนามจ้องมองตาละห้อย เมื่อเห็นเพื่อนๆวิ่งเล่นบนสนามอย่างสนุกสนาน เพราะอยากที่จะไปวิ่งเล่นด้วย

หลังเลิกเรียนครูเย่ถิงก็จะบอกกับเสี่ยวเจ๋อว่า “มามะ มาขึ้นหลังครูเร็ว” จากนั้นก็อุ้มเขากลับห้องเรียนต่อ ครูเย่ถิงบอกว่า เสี่ยวเจ๋อมีความสูงราวๆ 140 ซม. น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม ถือว่าเป็นน้ำหนักตัวที่ไม่เบาเลยทีเดียว และเนื่องจากขาของข้างของเขาไม่มีเรี่ยวแรง ทำให้ลำตัวของเขาค่อยๆไหลลื่นลงมาเสมอ จนครูต้องพ ย า ย า ม หาท่าในการแบกเขาให้ถนัดที่สุด และต้องระมัดระวังให้มาก หลายครั้งที่เสี่ยวเจ๋อรู้สึกเกรงใจและอยากช่วยแบ่งเบาภาระให้ครู มีอยู่ครั้งหนึ่งก่อนจะถึงหน้าประตูโรงเรียน จู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมาว่า “ครูครับ ผมอยากลงมาเดินเอง”

จากนั้นเขาก็จับรถเข็นค่อยๆเดินขยับทีละนิดมาถึงหน้าประตูโรงเรียน เมื่อถึงประตูหน้าโรงเรียนก็หันหลังมายิ้มให้ครู พร้อมกับโบกไม้โบกมือ ครูเย่ถิงเล่าว่า นี้เป็นภาพที่ดูมีความสุขในแบบที่ไม่เหมือนใคร ครูเย่ถิงรู้ว่าเสี่ยวเจ๋ออยากที่จะมีช่วงเวลาของตนเอง เพราะหลังเลิกเรียนจะมีผู้ปกครองมากมายมายืนรอรับนักเรียนที่หน้าประตูโรงเรียน ทำให้เขาเองก็อยากพึ่งตนเองบ้างเมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อแม่ และครูเย่ถิงก็เคารพความคิดของเขา ต่อจากนั้นเป็นต้นมา ก่อนจะแบกเขามาถึงหน้าประตูโรงเรียน ครูก็จะถามเสมอว่า จะลงมาเดินเองไหม? และเสี่ยวเจ๋อก็รู้สึกดีใจ ลงมาเดินด้วยการจับรถเข็นออกไปหาพ่อแม่ที่หน้าโรงเรียนเอง
นอกจากนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนยังบอกอีกว่า ที่จริงโรงเรียนนี้มีนักเรียนพิเศษแบบนี้อยู่หลายคน และครูของโรงเรียนก็เป็นครูที่ถูกเลือกมาเป็นพิเศษ ทำให้โรงเรียนเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น “การช่วยเหลือเด็กนักเรียนคนหนึ่งก็เหมือนได้ช่วยเหลือครอบครัวหนึ่งแล้ว” โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนอยู่ประมาณ 700 คน เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 มีเด็กนักเรียนพิเศษ ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย 6 คน
เด็กบางคนเป็นเด็กสมาธิสั้น บ้างก็มีปัญหาด้านการได้ยิน และบางคนก็บกพร่องด้านการเรียนรู้ เด็กๆเหล่านี้หลังจากที่เข้ามาเรียนที่นี่ก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ผู้อำนวยการกล่าวว่าเราไม่ได้มีการเรียนการสอนพิเศษอะไรที่แตกต่างจากที่อื่น แต่แค่พูดคุยกับเด็กๆมากขึ้น และให้ความรัก ความอบอุ่น ความจริงใจ แค่นี้เด็กก็สามารถสัมผัสได้ด้วยตนเอง และมีกำลังใจในการเรียนมากขึ้น อยากที่จะพยายาม พัฒนาตนเอง ครูและนักเรียนของที่นี่ต่างพึ่งพาอาศัยกันและพยายาม ปลูกฝั่งให้มีความรัก ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และเคารพผู้อื่นเสมอ
อำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทย
เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชา
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
จังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรก
ทายนิสัยจาก "ท่าเดิน" ล้วงลึกตัวตนผู้ชายผ่านความเร็วในการก้าวเดิน
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
5 ท่าสัมผัสละลายใจ สร้างสายใยรักให้แน่นแฟ้น
เปิดชื่อ 7 ปลาน้ำจืด ‘ราคาสูงที่สุดในไทย’ ไม่ใช่แค่ปลาน้ำเงิน
15 ไอเทมของวัยรุ่นยุค 90 ใครทันอันไหนเอาปากกามาวง
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
กันยุงจากกระเทียมและน้ำส้มสายชู ใช้ประโยชน์จากพลังแห่งธรรมชาติได้ผลจริงไหม



