ไม้ในป่า ตีค่าอย่างไร
ตอนที่จะสร้างเขื่อนแม่วงก์ ก็มีบางคนพยายามมองว่าป่าไม้ที่แม้ไม่มีคนปลูกก็มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ควรตีราคา เพราะเมื่อสร้างเขื่อน ต้นไม้เหล่านี้ก็จะสูญเสียไปด้วย ความสูญเสียเหล่านี้ตีเป็นเงินประมาณเท่าไหร่ และเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่จะได้ มันคุ้มค่ากันหรือไม่ เราจะมีวิธีการประเมินค่าไม้ในป่าอย่างไร จึงจะสอดคล้องกับความเป็นจริง ในกรณีนี้ เรามาศึกษาจากกรณีเขื่อนแม่วงก์กัน
ในรายงานหลักของรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ โครงการเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ ที่จัดทำโดย บจก.ครีเอทีฟ เทคโนโลยี ที่เสนอต่อกรมชลประทาน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 ระบุถึงแนวทางการประเมินค่าต้นไม้ไว้ชัดเจน ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจยิ่ง
ในการประเมินค่า ผู้ประเมินได้ทำการสุ่มแปลงตัวอย่าง 135 แปลง รวมพื้นที่ 1,113 ไร่ จากทั้งหมด 12,300 ไร่ ถือเป็นพื้นที่ตัวอย่างประมาณ 7.58% ไม่ได้นับทั้งหมดของพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ โดยได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 8 บริเวณก็คือพื้นที่หัวงาน พื้นที่ในอ่างเก็บน้ำ พื้นที่นอกอ่างเก็บน้ำ พื้นที่ท่อส่งน้ำ พื้นที่คลองส่งน้ำ พื้นที่คลองระบาย พื้นที่บ่อยืมดิน และพื้นที่ชลประทาน
สำหรับการประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจป่าไม้ ใช้วิธีการประเมิน 2 วิธีคือ วิธีแรกเป็นการประเมินในกรณีการตัดไม้ออกจากพื้นที่โครงการทั้งหมด เพราะต้องนำพื้นที่ไปสร้างเขื่อน และวิธีที่ 2 เป็นการประเมินในกรณีที่ตัดไม้ออกเฉพาะส่วนที่เพิ่มพูนรายปีของไม้ในพื้นที่โครงการ นอกจากนี้ยังคำนวณมูลค่าไม้สุทธิของปีต่างๆ โดยกำหนดให้ราคาไม้คงที่ (เท่ากับราคาปัจจุบัน และเงินเฟ้อร้อยละ 12 (ซึ่งอาจสูงเกินจริง-ผู้เขียน) โดยคิดเป็นมูลค่าอีก 50 ปีข้างหน้า
นอกจากการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 8 บริเวณแล้ว ในแต่ละบริเวณ ผู้ประเมินยังได้แบ่งกลุ่มสภาพนิเวศในพื้นที่ออกเป็น พื้นที่ป่าธรรมชาติ พื้นที่พืชยืนต้น พื้นที่เกษตร พื้นที่รกร้าง พื้นที่ชุมชนและอยู่อาศัย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พื้นที่ปศุสัตว์และพื้นที่เลี้ยงสัตว์ พื้นที่แหล่งน้ำ และพื้นที่เกษตรผสมผสานและไร่นาสวนผสม รวม 9 ประเภทพื้นที่ และจากผลการสุ่มสำรวจแยกเป็น 8 บริเวณ และ 9 ประเภทการใช้ที่ดิน จึงได้ออกมาเป็นการประมาณปริมาณไม้แต่ละกลุ่ม เพื่อที่จะใช้เป็นฐานข้อมูลในการประเมินมูลค่าไม้ในที่สุด
ประเด็นสำคัญในการพิจารณาก็คือเรื่องความหนาแน่นของพรรณพืช (Plant density) ซึ่งหมายถึงจำนวนของพรรณไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งต่อหน่วยพื้นที่แห่งหนึ่งหรือต่อปริมาตร ในการศึกษาจะพิจารณาจำนวนต้นไม้ของพืชชนิดนั้นๆ ต่อหน่วยเนื้อที่หรือต่อแปลงควอเแครท โดยการนับพรรณไม้ในแปลงตัวอย่าง ทั้งนี้ยังมีการแบ่งต้นไม้เป็น "ไม้ใหญ่" ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่ความสูงเพียงอก (1.3 เมตร) ตั้งแต่ 10 เซนติเมตรขึ้นไป และ "กล้าไม้" คือต้นไม้ที่มีความสูงไม่เกิน 1.3 เมตร
นอกจากนี้ยังมีการวัดดรรชนีความหลากหลายของชนิดภายในสังคมต้นไม้ สามารถกระทำโดยใช้ดรรชนีความผกผัน (Species diversity index ต่างๆ) ในที่นี้หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนต้นไม้กับจำนวนชนิดพรรณไม้ และดรรชนีความหลายหลายของชนิดในรูปของ Fisher's index of diversity สำหรับไม้ใหญ่คือต้นไม้ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่ความสูงเพียงอกตั้งแต่ 10 เซนติเมตรขึ้นไปเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามการวัดนี้คงต้องอาศัยนักวิชาการป่าไม้ หรือผู้เชี่ยวชาญอื่นในการสนับสนุนการวัด
ยิ่งกว่านั้นในการศึกษาไม้ในป่ายังต้องศึกษาการแบ่งชั้นความสูงตามแนวดิ่ง (Vertical stratification) อีกด้วย โดยเป็นการศึกษาโครงสร้างของสังคมพืช (Plant community structure) โครงสร้างตามแนวดิ่งนี้มีความสัมพันธ์กับการลดลงของปริมาณแสงสว่างโดยเฉพาะพืชบก ต้นไม้ที่อยู่ในชั้นความสูงที่ต่ำลงมา ก็มักจะมีมูลค่าที่น้อยกว่า เพราะโอกาสการเติบโตก็จะน้อยลงตามไปด้วย ทั้งนี้ในที่นี้ยังเกี่ยวข้องกับสภาพการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติของต้นไม้ในป่าที่จะประเมินด้วยโดยพิจารณาถึงความหนาแน่นของลูกไม้ หรือต้นไม้ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่ความสูงเพียงอกต่ำกว่า 10 เซนติเมตร และกล้าไม้ (ที่มีความสูงไม่เกิน 1.3 เมตร) นั่นเอง
สำหรับการคำนวณปริมาณไม้เพื่อการประเมินค่าแยกออกเป็น
1. ไม้ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางที่ระดับเพียงอก มากกว่า 30 เซนติเมตร เหมาะสำหรับเป็นไม้ซุง
2. ไม้ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางที่ระดับเพียงอก มากกว่า 10-30 เซนติเมตร เหมาะสำหรับเป็นเสาเข็ม
3. ไม้ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางที่ระดับเพียงอก มากกว่า 30 เซนติเมตร เหมาะสำหรับเป็นฟืนไม้
ในรายงานได้สรุปมูลค่าของต้นไม้ที่ประเมินค่าไว้คือ ประการแรกมูลค่าทางเศรษฐกิจของไม้ที่ตัดไม้ออกทั้งหมดในเขตพื้นที่โครงการ ที่มีปริมาตร 311.583.21 ลบ.เมตร สามารถคำนวณมูลค่าได้โดยคูณด้วยราคาไม้สุทธิ ณ เวลานั้น เป็นเงิน 998.57 ล้านบาท สำหรับกรณีไม้ไผ่ เป็นเงินอีก 11.64 ล้านบาท ประการที่ 2 ในกรณีตัดไม้ออกเฉพาะส่วนที่เพิ่มพูนรายปี คิดเป็นมูลค่า 18.9 ล้านบาท และไผ่อีก 232,867 บาท และประการที่ 3 มูลค่าของลูกไม้และกล้าไม้ รวมเป็นเงิน 63 ล้านบาท โดยสรุปแล้วผลการศึกษาทั้งหมดพบว่า มูลค่าของการสูญเสียต้นไม้ในพื้นที่คือเป็นเงิน 1,073.4 ล้านบาท
ผลการศึกษาโดยรวมยังชี้ว่า นอกจากมูลค่าต้นไม้จำนวน 677,922 ต้น มูลค่า 1,073 ล้านบาทแล้ว ยังมีความสูญเสียที่เกี่ยวข้องอื่น เช่น กระทบต่อที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ มว.4 (แม่เรวา) และหน่วยรักษาต้นน้ำขุนน้ำเย็น ปริมาณธาตุอาหารพืช 11.71 ล้านบาท/ปี และการชดเชยที่ดินและทรัพย์สิน เช่น ระบบคลองส่งน้ำและคลองระบายน้ำในพื้นที่ชลประทานรวม 15,742 ไร่ โดยมีผู้ถือครองที่ดินคิดเป็นมูลค่าชดเชยรวมทั้งสิ้น 801.08 ล้านบาท เป็นต้น แต่เมื่อเทียบกับข้อดี ก็คงคุ้มค่าที่จะสร้างเขื่อนแม่วงก์ (https://bit.ly/1pesC9z)
อย่างไรก็ตามกรณีไม้ในป่าจึงต้องประเมินโดยวิธีการข้างต้น ซึ่งการประเมินค่าทรัพย์สินนั้นในแง่หนึ่งเป็นระบบสหศาสตร์ (Interdisciplinary Approach) ใช่ว่าจะสามารถสำรวจและประเมินโดยผู้ประเมินผู้เดียวเองตามลำพัง ยกเว้นผู้ประเมินทีมีความเชี่ยวชาญเฉพาะ แต่ควรดำเนินการโดยผู้มีความรู้ในแต่ละสาขาที่เกี่ยวข้องด้วย
ที่มา : https://bit.ly/2W1E3ma
"แต๋วจ๋าพารวย" งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569 คืนความสุขสู่ความรวย
แค่ 3 พยัญชนะ! จังหวัดไทยที่สั้นที่สุดในประเทศไทย
ธุรกิจ "ไก่ย่างห้าดาว"เป็นของใคร? แบรนด์แฟรนไชส์อาหารเก่าแก่ ที่แข็งแกร่งที่สุดในไทย
เผยเทคนิค "ซื้อหวยยังไงให้ถูกรางวัล"..รับประกันถูกแน่นอน!
"ปลัดอำเภอ" กับ "นายอำเภอ" ต่างกันอย่างไร? ใครตำแหน่งสูงกว่า?
มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลก ไม่ใช่ฮาร์วาร์ด!!
อำเภอที่ถูกจัดตั้งขึ้นใหม่ ล่าสุดของประเทศไทย
การลักลอบนำเข้ามะม่วงแก้วขมิ้น จำนวนมหาศาลจากประเทศกัมพูชาเข้าไทย
รายได้ช่างไฟฟ้าแรงสูง เงินเดือนจริงสูงแค่ไหน
"10 เซียนลิขิต" ให้โชค งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569 คอหวยต้องห้ามพลาด
สินค้า 5 อันดับแรกที่กัมพูชานำเข้าจากไทยมากที่สุด
จังหวัดในเขตภาคอีสานของไทย ที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเลมากที่สุด
เอกสารครบก็ไม่รอด สนามบินสุวรรณภูมิ ปฏิเสธชาวกัมพูชาเข้าประเทศ
พลิกความเชื่อ! หมอญี่ปุ่นเตือน 3 อาหาร “ยิ่งป่วยยิ่งไม่ควรกิน” หลายคนพลาดมาตลอด
ดราม่าสนั่นฮ่องกง! วัยรุ่นคึกขี่จักรยาน "ลากทิชชู่" ยาวนับกิโลบนถนนหลวง ชาวเน็ตจวกยับอันตราย
สรุปดราม่า! ป้ามหาภัยดึง "ฝาครอบประตูฉุกเฉิน" HK Express กลางเวหา อ้างนึกว่าหน้าต่าง
ฝันถึงแฟนเก่า ทั้งที่ลืมไปแล้ว…จิตใต้สำนึกกำลังบอกอะไรกับคุณ?
ดราม่าสนั่นฮ่องกง! วัยรุ่นคึกขี่จักรยาน "ลากทิชชู่" ยาวนับกิโลบนถนนหลวง ชาวเน็ตจวกยับอันตราย
สรุปดราม่า! ป้ามหาภัยดึง "ฝาครอบประตูฉุกเฉิน" HK Express กลางเวหา อ้างนึกว่าหน้าต่าง
ลุงโวยแมคโดนัลด์ ไก่ทอดหมด ด่าพนักงานกลางร้าน
เตือนภัยสาวนักเที่ยว! คลิปว่อนโซเชียล "สาวสวยหมดสติ" ถูกอุ้มขึ้นแท็กซี่ หวั่นโดนวางยา-เก็บศพ
