หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"จักษุแพทย์" เตือนด่วนคนไทยติดจอเกินไป อาจเจอ "ปัญหาใหญ่

โพสท์โดย ไซไซ

ดวงตาเป็นอวัยวะที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ง่าย เช่น โรคเยื่อบุตาอักเสบ และต้อประเภทต่างๆ เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับอาการ และ วิธีการในการรักษาเรื่องดวงตา  นายแพทย์ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ให้ข้อมูลถึงปัจจุบันว่ากลุ่มผู้ป่วยโรคตาที่มีสาเหตุมาจากการอยู่กับหน้าจอมากเกินไป มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆทั้งในวัยเด็กและผู้ใหญ่ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดกลุ่มอาการตาไม่สู้แสง

โดยจะมีอาการแสบตา ตาแห้ง ปวดตา ซึ่งอาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นชั่วคราวเมื่อพักตาอาจช่วยบรรเทาอาการแต่หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดผลตามมา เช่นกระจกตาอักเสบ กล้ามเนื้อตาล้า ดังนั้น หากเกิดอาการผิดปกติทางตา ควรพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องเหมาะสม

แพทย์หญิงสายจินต์  อิสีประดิฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง) กล่าวเพิ่มเติมว่าผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) ในปี 2560 ที่ผ่านมา

เป็นผู้ป่วยโรคตาจากความผิดปกติของสายตาและการเพ่งมองถึง 3,844ราย สาเหตุของการเกิดโรคเหล่านี้ มาจากการใช้สายตาเพ่งมองหน้าจอมากเกินไปแม้จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อตาอย่างเฉียบพลัน แต่ทำให้เกิดความไม่สบายตา ระคายเคือง และเป็นปัญหารบกวนการใช้สายตาอยู่เสมอ

ทั้งนี้ หากมีปัญหาสายตาควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติและรับการรักษาอย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตามสามารถถนอมดวงตาได้ด้วยวิธีการดังนี้กระพริบตาให้บ่อยเมื่ออยู่หน้าจอเพื่อป้องกันตาแห้ง

หากมีอาการตาแห้งควรใช้น้ำตาเทียม เพื่อลดการระคายเคืองตาควรพักสายตาเป็นระยะทุก 20-30นาที ให้พักจากจอประมาณ 30-60 วินาที

โดยการมองออกไปไกลๆหรือหลับตาหากจำเป็นต้องอยู่หน้าจอนานเกิน30นาที ควรพักการทำงานทุก1-2ชั่วโมงประมาณ5-15 นาที  ใช้แผ่นกรองแสงจากหน้าจอหรือใส่แว่นกรองแสงปรับแสงหน้าจอให้พอเหมาะไม่สว่างเกินไปและไม่ควรทำงานในที่มืดจัดวางจอให้อยู่ในระยะพอเหมาะที่ตามองสบายไม่ต้องเพ่ง

โดยเฉลี่ยระยะจากตาถึงจอควรมีระยะ 45-50 ซม.รับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา ได้แก่ ผักผลไม้ที่มีสีเหลืองส้มอาทิ แครอท ฟักทอง ผักใบเขียว เช่น คะน้า ปวยเล้ง ฯลฯ และดื่มน้ำให้เพียงพอเนื่องจากการดื่มน้ำบ่อยๆจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ดวงตา

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ไซไซ's profile


โพสท์โดย: ไซไซ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
12 VOTES (4/5 จาก 3 คน)
VOTED: zerotype, เทียร์, เก็บซิงไว้ชิงโชค
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชาวกัมพูชานับแสนชุมนุมกลางพนมเปญ เรียกร้องรัฐคว่ำบาตรไทยทุกด้าน5 ความเข้าใจผิดเรื่องการชาร์จมือถือ ที่อาจทำให้แบตเสื่อมเร็วโดยไม่รู้ตัวมหาวิทยาลัยที่ค่าเทอมแพงที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทยเปรียบเทียบเงินเดือนและสวัสดิการ ของสายการบินในไทยกับต่างชาติ..เอกสารครบก็ไม่รอด สนามบินสุวรรณภูมิ ปฏิเสธชาวกัมพูชาเข้าประเทศฐานเงินเดือน"อาจารย์มหาวิทยาลัย"ภาพถ่าย "โลก" จากอวกาศ บริเวณภูมิภาค ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ7 จังหวัดในไทยมีแหล่งน้ำมันดิบบนบก เปิดแผนที่ขุมพลังงานสำคัญ😯 ชวนเข้ามาดูภาพถ่ายหายากของปรากฏการณ์อันน่าทึ่งที่พิสูจน์ว่าโลกนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าพิศวง 😉รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ 16/03/69 วันจันทร์มาทำงานกันอย่างเข้มแข็งน๊าสรุปสีสัน ออสการ์ 2026: ลีโอนาร์โด สร้างมีมใหม่กลางเวที Oscars ครั้งที่ 98 จนว่อนโซเชียลจังหวัดในประเทศไทยที่ไม่มีพื้นที่ติดทะเลแต่มีเกาะ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เรื่องที่ควรรู้ก่อนเลือกกินวิตามินเสริมสถานที่สำคัญแห่งล่าสุดของไทย ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งมรดกโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
กลุ่มนักเรียน กำลังฉลองวันเกิดในร้านอาหาร จู่ๆเตาก็เกิดระเบิดขึ้น!!ดราม่าหนัก!! ชายจีนเตะหุ่นยนต์ส่งอาหาร หลังหุ่นยนต์พยายามเข้าลิฟต์เหตุไฟไหม้รถบัสในสวิตเซอร์แลนด์ที่คร่าชีวิต 6 ราย เกิดจากชายราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผาตัวเองนักโทษในเรือนจำ อวดว่าสั่งเบอร์เกอร์ แล้วโดรนมาส่ง
ตั้งกระทู้ใหม่