โมเดลเรือกับความเชื่อเรื่องพิธีศพในอียิปต์โบราณ
ครั้งก่อน เราได้รู้ถึงความสำคัญของแม่น้ำไนล์ในอารยธรรมอียิปต์โบราณกันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูบทบาทของยานพาหนะที่ใช้ในการล่องแม่น้ำไนล์อย่าง “เรือ” กันบ้างดีกว่า เพราะนอกจากเรือจะช่วยพา “คนเป็น” เดินทางล่องไปยังดินแดนต่างๆ แล้ว เรือยังพา “ผู้วายชนม์” เดินทางไปยังโลกหน้าอีกด้วย
ตั้งแต่ราชวงศ์ที่ 1 เป็นต้นมา ฟาโรห์นิยมฝังเรือเอาไว้ใกล้ๆ สุสานของพระองค์ นักอียิปต์วิทยาพบสุสานเรือที่เมืองอไบดอส (Abydos) มีอายุเก่าแก่ราว 5,000 ปีมาแล้ว เชื่อกันว่าเป็นเรือที่เหล่าฟาโรห์แห่งราชวงศ์ที่ 1 ต้องการใช้เป็นพาหนะในการเดินทางไปยังโลกหลังความตาย หลังจากนั้นสุสานเรือที่โด่งดังที่สุดได้ถูกค้นพบทางทิศใต้ของพีระมิดของฟาโรห์คูฟู (Khufu) เจ้าของมหาพีระมิดองค์ใหญ่ที่สุดแห่งเมือง
เรือสุริยะที่ฟาโรห์คูฟูฝังเอาไว้ในหลุมเรือทางด้านทิศใต้ของมหาพีระมิดแห่งกิซ่า ที่มาของภาพ
กิซ่า พีระมิดของฟาโรห์คูฟูมีหลุมเรือ (Boat Pits) อยู่ทั้งหมด 5 หลุม แต่หลุมทางทิศใต้สองหลุมยังคงมี “เรือไม้” โบราณบรรจุอยู่ ทว่าเรือไม้สองลำนี้อยู่ในลักษณะ “แยกส่วน” สำหรับเรือลำแรกนักโบราณคดีต้องทำการประกอบแผ่นไม้ราว 1,224 ชิ้น จนในที่สุดก็สำเร็จออกมาเป็นเรือขนาดใหญ่ที่มีความยาวราว
44 เมตร ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์เรือที่สร้างขึ้นครอบทับเอาไว้เหนือหลุมที่ค้นพบเรือไม้ลำนี้
ส่วนเรืออีกลำหนึ่งกำลังอยู่ระหว่างประกอบและคาดว่าน่าจะนำไปจัดแสดงเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ของอียิปต์ที่ชื่อว่า Grand Egyptian Museum ใกล้ๆ กับมหาพีระมิดแห่งกิซ่า ฟาโรห์คูฟูเชื่อว่าเรือสุริยะทั้งสองลำนี้จะพาพระองค์เดินทางขึ้นไปรวมกับสุริยเทพรา (Ra) บนท้องฟ้าเพื่อไปใช้ชีวิตหลังความตาย
ชั่วนิรันดร์
ในสมัยราชอาณาจักรกลาง (Middle Kingdom) หรือเมื่อราว 2,000 ปีก่อนคริสตกาล ชาวไอยคุปต์ยังคงใช้เรือในการสัญจรไปมาในแม่น้ำไนล์ และผู้วายชนม์ก็ยังคงฝังเรือเอาไว้ในสุสานเพื่อใช้ในการเดินทางหลังความตายเช่นเดิม สิ่งที่แตกต่างจากสมัยราชอาณาจักรเก่าก็คือความเชื่อเกี่ยวกับการเดินทางหลังความตายของชาวไอยคุปต์เปลี่ยนไป เดิมทีเชื่อกันว่ามีเพียงแค่ดวงวิญญาณขององค์ฟาโรห์เท่านั้นที่แข็งแกร่งพอจะเดินทางออกจากสุสานไปใช้ชีวิตหลังความตายได้ แต่ในสมัยราชอาณาจักรกลาง สามัญชนเริ่มเข้าถึงความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายมากขึ้น คัมภีร์ที่เรียกว่า “จารึกโลงศพ” (Coffin Texts) เริ่มแพร่กระจายในหมู่สามัญชน
โมเดลเรือจากพิพิธภัณฑ์อังกฤษแสดงภาพของมัมมี่นอนในปะรำ โดยมีนางร้องไห้สองคนยืนอยู่บริเวณหัวเรือและท้ายเรือ
ที่มาของภาพ
แสดงให้เห็นว่าบุคคลทั่วไปก็สามารถเดินทางไปใช้ชีวิตอมตะในยมโลกได้ด้วยเช่นกัน พวกเขาจึงนิยมฝังโมเดลเรือขนาดเล็กเอาไว้ในสุสานด้วย สุสานส่วนใหญ่มักจะมีเรืออย่างน้อยสองลำ ลำหนึ่งกางใบ
อีกลำหนึ่งไม่กางใบ เพื่อใช้ในการเดินทางไปยังเมืองอไบดอส ซึ่งชาวไอยคุปต์เชื่อว่าเป็นสุสานของเทพเจ้าโอซิริส (Osiris) ราชันแห่งโลกหลังความตาย
ดังที่ได้เล่าไปแล้วในตอนเกี่ยวกับแม่น้ำไนล์ว่าแม่น้ำไนล์ไหลจากใต้ขึ้นเหนือ ส่วนลมเหนือจะพัดจากเหนือลงใต้ ดังนั้นโมเดลเรือที่กางใบจึงสื่อถึงเรือที่จะพาผู้วายชนม์เดินทางจากสุสานทวนน้ำลงไปทางทิศใต้
และโมเดลเรือที่ไม่มีใบจึงสื่อถึงเรือที่จะพาผู้วายชนม์เดินทางจากสุสานตามน้ำขึ้นไปยังทิศเหนือ แต่ถึงอย่างนั้นสุสานของชาวไอยคุปต์ก็ไม่ได้มีเรือเพียงแค่สองลำเสมอไป บางสุสานเช่นของขุนนางผู้ร่ำรวย ก็มักจะบรรจุโมเดลเรือเอาไว้เป็นจำนวนมาก ไม่ต่างจากกองเรือขนาดย่อมๆ เลยทีเดียว
โมเดลเรือบางชนิดที่ชาวอียิปต์โบราณนิยมฝังเอาไว้ในสุสานมักจะเป็นโมเดลเรือที่แสดงให้เห็นถึงพิธีกรรมฝังศพของชาวไอยคุปต์ ที่เห็นได้ชัดเจนก็เช่นโมเดลจากสุสานในสมัยราชอาณาจักรกลาง ที่ในปัจจุบันเก็บรักษาเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์อังกฤษ และมีการนำเอาออกไปจัดแสดงยังประเทศต่างๆ เช่นล่าสุด ได้รับการนำออกไปจัดแสดงในงานนิทรรศการเกี่ยวกับมัมมี่อียิปต์โบราณที่ฮ่องกงและไต้หวัน โมเดลเรือลำนี้แสดงให้เห็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนย้ายศพระหว่างพิธีกรรมฝังศพ บนเรือมีปะรำขนาดใหญ่ ภายในปะรำมีเตียงตั้งอยู่ บนเตียงคือมัมมี่ที่นอนอยู่อย่างสงบ บริเวณหัวเตียงและปลายเตียงปรากฏภาพสตรีสองนางอยู่ในท่าทางของความเศร้าโศก นักอียิปต์วิทยาทราบว่าสตรีสองนางนี้คือ “นางร้องไห้” (Mourners) ซึ่งมีบทบาทเป็นอย่างมากในงานศพของชาวไอยคุปต์ และที่ยืนอยู่ข้างเตียงคือนักบวชที่คอยอ่านคัมภีร์เพื่อสวดส่งวิญญาณของผู้วายชนม์ให้เดินทางไปยังปรโลกอย่างปลอดภัย
ภาพจากกระดาษปาปิรัสแสดงให้เห็นขบวนพิธีศพของชาวไอยคุปต์ประกอบไปด้วยวัวลากจูงโลงศพ นางร้องไห้
พร้อมทั้งแรงงานที่ช่วยในการขนข้าวของเครื่องใช้หลังความตายของผู้วายชนม์ไปยังสุสาน ที่มาของภาพ
โมเดลเรือชิ้นนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของพิธีศพของชาวไอยคุปต์เท่านั้น พิธีศพที่แท้จริงนั้นซับซ้อนและวุ่นวายกว่านี้มากมายนัก นักอียิปต์วิทยาทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างพิธีกรรมฝังศพผ่านทางผนังสุสานของขุนนางต่างๆ ในสมัยราชอาณาจักรใหม่ เช่นสุสานของขุนนางชื่อว่าราโมส (Ramose) นั้นก็ปรากฏภาพของพิธีศพที่น่าสนใจทีเดียว แถมยังมีภาพของ “นางร้องไห้” ร่วมในขบวนอย่างชัดเจนอีกด้วย
ภาพนางร้องไห้จากสุสานของราโมสแสดงให้เห็นกลุ่มของสตรีที่ยกมือชูขึ้น สื่อถึงความเสียใจต่อผู้วายชนม์ แต่ท่าทางการแสดงออก
ถึงความโศกเศร้านี้ไม่ได้มาจากก้นบึ้งของหัวใจของนางเสมอไป ที่มาของภาพ
ภาพสลักบนผนังจากหลายๆ สุสาน ให้ข้อมูลกับนักอียิปต์วิทยาจนพอจะทำให้สามารถตีความได้ว่า พิธีกรรมฝังศพของชาวไอยคุปต์นั้นมักจะเริ่มจากฝั่งตะวันออกของแม่น้ำไนล์ เป็นไปได้ว่าเริ่มจากโรงทำมัมมี่แล้วเคลื่อนขบวนออกมายังฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นที่ตั้งของสุสาน ภายในขบวนมีผู้ร่วมพิธีมากมาย
ทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป ที่เห็นได้ชัดก็เช่นกลุ่มคนที่ทำหน้าที่ถือข้าวของเครื่องใช้และเครื่องบรรณาการต่างๆ ที่จะนำไปฝังเอาไว้ในสุสานของผู้วายชนม์ เช่นโถคาโนปิก (Canopic Jars) สำหรับใส่เครื่องในของมัมมี่ เครื่องหอม หีบบรรจุทรัพย์สมบัติต่างๆ ที่ผู้วายชนม์ประสงค์ให้ฝังรวมไปกับตัวเขาเองในสุสานด้วย
มัมมี่จะวางอยู่บนแคร่เลื่อน ชักลากโดยวัวตัวผู้สองตัว ชาวไอยคุปต์จะทำการเทน้ำหรืออาจจะเป็นนมลงไปที่พื้นเพื่อช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างลาก นอกจากนั้นผู้ร่วมพิธีคนอื่นๆ ก็จะมีนักร้อง นักดนตรี นักเต้นรำและนางร้องไห้เดินตามกันมาเป็นพรวน ซึ่งหน้าที่ที่น่าสนใจที่สุดในขบวนพิธีศพก็คือ “นางร้องไห้” ดังที่ปรากฏบนโมเดลเรือด้วยนี่เอง นางร้องไห้คือสตรีที่ถูกว่าจ้างมาเพื่อร่ำไห้ในงานศพ นางไม่จำเป็นต้องเป็นญาติของผู้วายชนม์ ดังนั้นอากัปกิริยาของการร่ำไห้อย่างสุดซึ้งนั้นไม่ได้กลั่นออกมาจากอารมณ์ของความสูญเสียอย่างแท้จริงเสมอไป เพราะนางเพียงแค่รับหน้าที่ร้องไห้ และบางครั้งก็มีการโปรยขี้เถ้าหรือโคลนลงไปบนใบหน้า บ้างก็เสนอว่าการทำเช่นนี้ก็เพื่อให้น้ำตาของนางไหลออกมาได้ง่ายขึ้นก็เท่านั้นเอง
เมื่อมัมมี่เดินทางมาถึงท่าเรือทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำไนล์ก็จะขนย้ายมัมมี่ลงเรือดังที่เห็นในโมเดล
นางร้องไห้อาจจะตามลงมาด้วย และเมื่อเรือล่องไปถึงฝั่งตะวันตกของแม่น้ำก็จะทำการเคลื่อนย้ายมัมมี่ไปยังสุสานที่เตรียมไว้ นักบวชจะทำพิธีที่ชื่อว่า “พิธีกรรมเปิดปาก” (Opening of the mouth) เพื่อให้มัมมี่สามารถกิน ดื่ม พูด ได้กลิ่นและหายใจได้เหมือนเมื่อครั้งยังมีชีวิต หลังจากนั้นก็จะนำมัมมี่บรรจุในโลงศพแล้วเคลื่อนย้ายเข้าไปฝังในห้องฝังศพ ทำการปิดผนึกสุสานให้เรียบร้อยก็ถือเป็นอันเสร็จพิธี 
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Website: https://australianmuseum.net.au/funerals-in-ancient-egypt
Website: http://www.britishmuseum.org/research/collection_online/
collection_object_details.aspx?objectId=125320&partId=1
Website: https://metmuseum.org/art/collection/search/548581
Website: http://www.reshafim.org.il/ad/egypt/timelines/topics/
solarships.htm
Website: http://www.touregypt.net/featurestories/egyptancientmodels.
htm
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่ง
ปลาชนิดแรกของไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/3/69
เจาะตัวเลข "อ.พลอยไหม" งวด 16/3/69
นิลรัตน์ แมวกายสิทธิ์ในตำนาน กับปริศนาเครื่องราง “ทนสิทธิ์” ที่โลกเกือบลืม
เปิดอาณาจักรธุรกิจมหาเศรษฐีหญิง ที่รวยที่สุดในประเทศไทย
เงินเดือนผู้จัดการ ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น
5 นิสัยเสียบนโต๊ะอาหาร ที่หลายคนทำโดยไม่รู้ตัว
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 มีนาคม 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
เปิด 10 เลขฮิต OK ลอตเตอรี่ งวด 16 มีนาคม 2569 คอหวยแห่ส่องก่อนวันออก
คอหวยจับตาเลขเรือ “มยุรี นารี” หลังเหตุระทึกช่องแคบฮอร์มุซ
ปลาน้ำจืดที่พบได้เฉพาะในไทย และไม่พบในที่อื่นใดอีกบนโลก
สัตว์ที่อายุยืนที่สุดในโลก เปิดรายชื่อสิ่งมีชีวิตที่แทบ “ไม่รู้จักคำว่าตาย”
เส้นทางรถไฟสายแรกของประเทศไทย
เงินเดือนผู้จัดการ ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น
สไลเดอร์มรณะ! อุทาหรณ์สาวโคลอมเบียตกจากที่สูง 4.6 เมตร กับบทเรียนเรื่องความปลอดภัยที่ต้องแลกด้วยชีวิต
"ทรัมป์" เลือดขึ้นหน้า! สั่งปฏิบัติการโจมตีเกาะคาร์กของอิหร่าน..หวังกดดันให้เปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ"
ทึ่ง! "ปลาทองขับรถ" คว้าสถิติโลก Guinness World Records นวัตกรรมสุดล้ำจากวิศวกรเนเธอร์แลนด์
สาวเกาหลีวัย 21 ถูกจับกุมฐานต้องสงสัยว่าใช้งาน ChatGPT วางแผนฆาตกรรมชาย 2 คน