เมื่อเด็กคนหนึ่งท้อแท้ในการทำความดี นั่นทำให้เข้าใจคดีเสือดำกระจ่างขึ้นมาก
เพจ เข็นเด็กขึ้นภูเขา ได้โพสเรื่องราวที่เป็นผลกระทบจากคดีล่าเสือดำที่สังคมกำลังให้ความสนใจว่า
คุณแม่คนหนึ่งไม่รู้ว่าจะตอบลูกว่าอย่างไรดี วันนี้ลูกสาวมาถามแม่ว่า
"แม่ เพราะอะไรคนที่ทำผิด ถึงไม่ต้องถูกทำโทษ"
"ใครเหรอลูก" แม่ถามออกไป
"ก็ยายครีมน่ะสิ ชอบมาทำหนูอยู่นั่นแหละ"
"เกิดอะไรขึ้น หนูเล่าให้แม่ฟังสิ"
"ก็ทั้งเอากล่องดินสอไปทิ้งขยะ บางทีก็รองเท้า กระติกน้ำ ทำแบบนี้มาเป็นเดือนแล้วนะ เพราะหนูเป็นคนเดียวในห้องที่ไม่เอาใจเค้า แต่วันนี้หนักสุด เอาเข็มมาวางไว้บนเก้าอี้ หนูเกือบถูกแทง แล้วก็มาท้าให้หนูไปฟ้องครูด้วย วันนี้หนูก็เลยไปบอกครู "
"ก็ดีแล้วนะลูก ครูเขาจะได้ช่วย"
"ช่วยที่ไหนล่ะแม่ ครูบอกว่า ไม่มีหลักฐาน บอกให้หนูปล่อยเลยตามเลย แล้วก็ไม่ทำอะไรเลย เพื่อนๆก็ไม่มีใครกล้าพูดจริง หนูไม่สงสัยหรอก ก็ครูทั้งโรงเรียนกลัวพ่อของเธอ พ่อเขาเป็นเจ้าของโรงแรม... รวยจะตาย แถมยายครีมก็หน้าตาดี เรียนเก่ง ทั้งเพื่อนทั้งครูทุกคนเอาใจ หนูเบื่อที่สุด..."
"...แม่เคยบอกหนูว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว คนทำผิดต้องถูกลงโทษ แล้วทำไมยายครีมถึงลอยนวล แบบนี้ทำดีมันไม่เห็นมีประโยชน์ สู้ทำเลวๆ ประจบคนรวย มีพวกมากๆ แล้วหาเงินเยอะๆ เป็นคนรวยใครๆก็เกรงใจ แบบนี้สบายกว่าตั้งเยอะ"
ฟังที่คุณแม่เล่ามา ทำให้หมอนั่งคิดอยู่นาน เรื่องของลูกสาวคุณแม่คนนี้ ช่างเหมาะเจาะพอดีกับข่าวสารในสังคมไทยปัจจุบัน
หมอคิดเรื่อยไปถึงเรื่องราวมากมายในสังคมไทย คิดถึงผู้ใหญ่ที่ร่ำรวยมีอำนาจแต่ทำผิดแล้วก็ยังลอยนวล คิดถึงกรณีเสือดำที่ถูกฆ่า คิดไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกสะท้อนใจ
สังคมไทยที่เป็นแบบนี้ให้เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จึงไม่แปลกหรอกว่า ทำไมคนดีจึงท้อแท้ ไม่เว้นแม้แต่เด็กนักเรียน
ในวันที่คนทำผิดลอยหน้าลอยตา คนดีทำดีแต่ไม่ได้ดี แล้วแม่คนหนึ่งจะแนะนำลูก และทำให้ลูกรู้สึกดีขึ้นได้อย่างไร เป็นโจทย์สำคัญที่หมอเองคิดว่าอยากเขียนถึงในวันนี้
อย่างแรก ต้องให้กำลังใจตัวเอง
ตัวเราเองที่เป็นผู้ใหญ่ต้องเข้มแข็ง ก่อนที่หมอจะให้คำแนะนำคุณแม่และเขียนบทความนี้ ในใจจะรู้สึกอย่างไรก็ตามที แต่หมอก็ต้องทำจิตใจตัวเองให้เข้มแข็งก่อน ให้กำลังใจตัวเองว่า มันมีปัจจัยหลายอย่างรอบข้างที่ถึงแม้ว่าเราจะพยายามเพียงใด ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ที่เราทำได้คือ "ทำในส่วนของเราให้ดี"
อย่างที่สอง คือ ต้องให้ความเชื่อมั่นและมั่นใจในการทำความดีต่อไป
พ่อแม่บางคน จะบอกลูกว่า "ถ้าเป็นแบบนั้น เราก็ไม่ต้องไปดีกับคนอื่นมาก" หรือ "สังคมก็เป็นแบบนี้ ไม่มีใครจริงใจกับเรา" มีพ่อแม่บางคนถึงกับสอนให้ลูกมองโลกในแง่ร้าย ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องทำดีกับใคร ไม่ต้องจริงใจกับใครด้วย เพื่อจะได้ไม่ต้องมาผิดหวังทีหลัง
คำสอนเหล่านี้ทำให้เกิดความกลัวในใจเด็ก แล้วถ้าได้ฟังบ่อยๆ เด็กบางคนมีความหวาดระแวง ไม่กล้าที่จะเปิดใจสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับใคร กลายเป็นแผลในใจ พ่อแม่ควรให้ความมั่นใจกับเด็ก ให้มีกำลังใจและแน่วแน่ในความดีที่เราทำไป อย่างน้อยๆ สิ่งดีๆที่ทำ ก็ดีกับตัวเอง ให้มีความหนักแน่นในความดีที่เรายึดมั่น ท้ายที่สุดจงให้กำลังใจและชื่นชมในสิ่งดีๆที่ลูกทำ
อย่างที่สาม รับฟังและยอมรับความรู้สึกแย่ๆของลูก เวลาที่เจอเรื่องราวของความไม่ยุติธรรมในสังคม
บอกกับลูกว่า เป็นธรรมดาที่ชีวิตต้องเจอเรื่องแบบนี้ แม้ว่าเราจะรังเกียจและไม่อยากเจอ แต่นี่คือชีวิตจริง เรื่องบางเรื่องก็ไม่เป็นเหมือนที่คาดคิด เรื่องจริงที่เกิดขึ้นก็คือ เราไม่สามารถควบคุมการกระทำของคนอื่นๆได้ เราทำได้แต่เพียงตัดสินใจว่า เราจะทำแบบไหน เป็นอย่างไร ตรงนั้นสำคัญที่สุด
อย่างที่สี่ แม้ว่าคนบางจำพวกจะไม่ถูกลงโทษในความผิดที่ทำในปัจจุบันด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม เช่น กฎระเบียบหรือกฎหมายที่ไม่ศักดิ์สิทธิ์ การบังคับใช้ทำไม่ได้จริง แต่เชื่อเถอะว่า กฎแห่งกรรมจะทำหน้าที่เสมอ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
หมอขอจบบทความ ด้วยพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ซึ่งหมอคิดว่า เข้ากับสถานการณ์ในสังคมไทยปัจจุบันอย่างยิ่ง (โดยเฉพาะในย่อหน้าที่ ๓)
"การทำความดีนั้น สำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวเอง ผู้อื่นไม่สำคัญ และไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องเป็นห่วง หรือต้องรอคอยเขาด้วย
เมื่อได้ลงมือลงแรงกระทำแล้ว ถึงแม้จะมีใครร่วมมือด้วยหรือไม่ก็ตาม ผลดีที่ทำจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน และยิ่งทำมากเข้า นานเข้า ยั่งยืนเข้า ผลดีก็ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้น และแผ่ขยายกว้างออกไปทุกที คนที่ไม่เคยทำดีเพราะเขาไม่เคยเห็นผล ก็จะได้เห็นและหันเข้ามาตามอย่าง
หลักประกันสำคัญในการทำดีจึงอยู่ที่ว่า แต่ละคนต้องทำใจให้มั่นคงไม่หวั่นไหวกับสิ่งแวดล้อม ที่เห็นอยู่ ทราบอยู่ มากเกินไป จนเกิดความท้อถอย
เมื่อใจมั่นคงแล้ว ก็ขอให้ตั้งอกตั้งใจ สร้างนิมิตและค่านิยมใหม่ขึ้นสำหรับตัวเอง ตามที่พิจารณาเห็นดีด้วยเหตุผลอันถูกต้องเที่ยงตรงแล้ว แล้วมุ่งหน้าปฏิบัติดำเนินไปให้เต็มกำลังจนบรรลุผลสำเร็จ ในที่สุด ความดีความเจริญที่ปรารถนาก็จะเกิดทวีขึ้น และจะเอาชนะความเสื่อมทรามต่าง ๆ ได้ไม่นานเกินรอ..."
(พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันศุกร์ที่ ๒๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑)
ก็เฝ้าดูและหวังว่าความยุติธรรมจะทำหน้าที่ของมันในวันใดวันหนึ่ง
#หมอมินบานเย็น
ติดตามเพิ่มเติมได้ที่
https://www.facebook.com/kendekthai/posts/1695239757181870
โรงเรียนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 มีนาคม 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
ทำไมเราจึงซื้อหวยไม่ถูก
คอหวยจับตาเลขเรือ “มยุรี นารี” หลังเหตุระทึกช่องแคบฮอร์มุซ
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่ง
เปิดอาณาจักรธุรกิจมหาเศรษฐีหญิง ที่รวยที่สุดในประเทศไทย
นิลรัตน์ แมวกายสิทธิ์ในตำนาน กับปริศนาเครื่องราง “ทนสิทธิ์” ที่โลกเกือบลืม
5 นิสัยเสียบนโต๊ะอาหาร ที่หลายคนทำโดยไม่รู้ตัว
เลขเด็ด เลขมาแรง เลขดัง "รวมหวยเด็ดสำนักดัง vol.9" งวดวันที่ 16 มีนาคม 2569
10 มหาวิทยาลัย ที่มีเปอร์เซ็นต์การสอบผ่านครูผู้ช่วย มากที่สุด
ปลาชนิดแรกของไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
โลกผวา! อิหร่านประกาศ! ทำสงครามเทคโนโลยี 30 บ.บิ๊กเทคยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ
ประโยชน์น่าทึ่ง! ของทุเรียน
ข้อความขอความช่วยเหลือครั้งสุดท้าย ที่ถูกส่งออกมาจากเรือไททานิก
ค่าตอบแทนพนักงานขับรถไฟแห่งประเทศไทย
ทำไมที่นั่งบนเครื่องบินแถว 15 ถึงนั่งไม่ได้..คนวงในออกมาเฉลยเหตุผล
เจาะลึก..อาชีพทำความสะอาดกระจก ตึก "เบิร์จ คาลิฟา" ตึกที่สูงที่สุดในโลก
ใบเตย อาร์สยาม เปิดใจหย่า ดีเจแมน เดินหน้าร้องเพลงต่อ
คาเมเนอีขู่ จะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป พร้อมประกาศล้างแค้น! สหรัฐฯจะต้องชดใช้ความเสียหายทั้งหมด!
โลกผวา! อิหร่านประกาศ! ทำสงครามเทคโนโลยี 30 บ.บิ๊กเทคยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ
นักวิเคราะห์ชี้ ศึกตะวันออกกลางอาจทำให้ ปูตินได้เปรียบก่อนใคร