เชื่อมเตาปูนกับบางซื่อ ผู้โดยสารเพิ่มแต่ยังขาดทุนหนักวันละ 5 ล้าน
'เชื่อมเตาปูนกับบางซื่อ ผู้โดยสารเพิ่มแต่ยังขาดทุนหนักวันละ 5 ล้าน' โดย ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
ผมขอชื่นชมการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่สามารถเชื่อมสถานีเตาปูนกับสถานีบางซื่อได้เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2560 ทำให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ต้องการเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินได้รับความสะดวก
ไม่ต้องเสียเวลาต่อรถเมล์จากสถานีเตาปูนไปสถานีบางซื่อ หรือต่อรถไฟจากสถานีบางซ่อนไปสถานีบางซื่อ เพื่อเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่สถานีบางซื่อเดินทางสู่จุดหมายปลายทางต่อไป
ความสะดวกจากการเชื่อมต่อสถานีเตาปูนกับสถานีบางซื่อทำให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วงเพิ่มขึ้น กล่าวคือตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 จนถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2560 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนเชื่อมสองสถานีเข้าด้วยกัน และเป็นช่วงลดอัตราค่าโดยสารในวันทำงานจาก 14-42 บาท เป็น 14-29 บาท สำหรับผู้ใช้บัตรโดยสาร และในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ใช้อัตราค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย สำหรับผู้โดยสารทุกคนทั้งผู้ใช้บัตรโดยสารและเหรียญโดยสาร พบว่ามีผู้โดยสารเฉลี่ย 24,841 คนต่อวัน และตั้งแต่วันที่ 11-16 สิงหาคม 2560 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เชื่อมสองสถานีเข้าด้วยกันแล้ว และยังคงลดค่าโดยสารเหมือนกับช่วงเวลาก่อนเชื่อมสองสถานีเข้าด้วยกัน ปรากฏว่ามีผู้โดยสารเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 36,463 คนต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 46.8% นับว่า รฟม.ทำผลงานได้ดีในการเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร
แต่เมื่อหันไปดูรายได้ที่เก็บได้จากค่าโดยสาร กลับน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะรายได้ลดลงจากเฉลี่ย 475,257.66 บาทต่อวัน เหลือ 441,021.57 บาทต่อวัน หรือลดลง 7.2% เนื่องจากหลังจากเชื่อมสองสถานีเข้าด้วยกันแล้วผู้โดยสารทุกคนทั้งผู้ที่ใช้บัตรโดยสารและเหรียญโดยสารไม่ต้องเสียค่าแรกเข้า (หรือค่าใช้ชานชาลา) 14 บาท ในการเปลี่ยนรถไฟฟ้าจากสายสีม่วงไปสู่สีน้ำเงิน หรือจากสายสีน้ำเงินไปสู่สายสีม่วง ต่างกับช่วงเวลาก่อนเชื่อมสองสถานีเข้าด้วยกัน ซึ่งเฉพาะผู้ใช้บัตรโดยสารเท่านั้นที่ไม่ต้องเสียค่าแรกเข้า ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ รฟม.มีรายได้ลดลง
เมื่อดูรายจ่ายของ รฟม. พบว่า รฟม.ต้องจ่ายค่าจ้างบริษัท ทางด่วนหรือรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม ในการบริหารจัดการเดินรถและค่าซ่อมบำรุงรักษาถึงวันละประมาณ 5.5 ล้านบาท ทำให้ รฟม.ต้องแบกภาระการขาดทุนอย่างหนักถึงวันละประมาณ 5 ล้านบาท (5,500,000-441,021.57)
อนึ่ง เดิมผมเคยเขียนว่า รฟม.ต้องจ้างบีอีเอ็มให้เดินรถและซ่อมบำรุงรักษาวันละประมาณ 3.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ประเมินตามสัญญาระหว่าง รฟม.กับบีอีเอ็ม แต่พอดูค่าจ้างจริงที่ รฟม.ได้จ่ายให้บีอีเอ็มตั้งแต่เริ่มให้บริการ (6 สิงหาคม 2559) จนถึงปัจจุบันกลับพบว่าสูงกว่าที่ประเมินไว้ กล่าวคือ รฟม.ต้องจ่ายค่าจ้างเฉลี่ยถึงวันละประมาณ 5.5 ล้านบาท
ผมดีใจที่ รฟม.สามารถทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นได้ แต่เป็นห่วงที่ รฟม.ต้องแบกภาระการขาดทุนอย่างหนัก ด้วยเหตุนี้ รฟม.จะต้องหาทางเพิ่มจำนวนผู้โดยสารให้มากขึ้นกว่านี้ให้ได้ เพื่อลดการขาดทุน ที่น่ากังวลก็คือ เมื่อถึงเวลาที่ รฟม.จะเก็บค่าโดยสารในอัตราปกติ ไม่ลดราคาเหมือนปัจจุบันนี้ รฟม.จะสามารถรักษาผู้โดยสารที่มีอยู่แล้วได้อย่างไร อีกทั้ง ยังจะต้องหาผู้โดยสารใหม่เพิ่มขึ้นอีกด้วย
ทั้งหมดนี้ จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทาย รฟม.ยิ่งนัก
http://www.thaitribune.org/content/detail/336?content_id=29173&rand=1503045718
ข้าราชการ C8 เงินเดือนเท่าไหร่
จังหวัดอากาศดีที่สุดในไทย เปิดรายชื่อพื้นที่อากาศดีตลอดปี
เปิดรายได้พนักงานขับรถเมล์และพนักงานเก็บค่าโดยสาร
เปิด 10 สิ่งก่อสร้างใหญ่ที่สุดในโลก มนุษย์สร้าง ไทยติดอันดับด้วย
ส่องรายได้วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่
ถนนที่ยาวที่สุดในโลก อยู่ที่ไหน ยาวกว่า 30,000 กม.
สถานศึกษาที่มีนักเรียนน้อยที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่มีกองทัพอ่อนแอที่สุดในโลก
ประเทศที่ขอสัญชาติได้ยากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
จังหวัดที่มี พระพุทธรูปใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
เลขเด็ด เลขมาแรง เลขดัง "รวมหวยเด็ดสำนักดัง vol.6" งวดวันที่ 16 มีนาคม 2569
จังหวัดในเขตภาคกลางของไทย ที่ปลูกและมีผลผลิตทุเรียนมากที่สุด
5 สนามบินที่มีมาตรฐานยอดเยี่ยมที่สุดในโลก (อยู่ในทวีปเอเชียทั้งหมด)



