กทม.เดินหน้ารื้อย้ายบ้านรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งที่ 3 ชุมชนวัดฉัตรแก้วจงกลณี เขตบางพลัด
กทม.เร่งเคลียร์พื้นที่ชุมชนวัดฉัตรแก้วจงกลณี เดินหน้ารื้อย้ายบ้านรุกล้ำ เปิดทางสร้าง"แลนด์มาร์ค"เจ้าพระยา
นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามการรื้อย้ายบ้านบริเวณชุมชนวัดฉัตรแก้วจงกลณี เขตบางพลัด ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า กองจัดการกรรมสิทธิ์ สำนักการโยธา ร่วมกับสำนักงานเขตบางพลัด พร้อมด้วยประชาชนที่เป็นเจ้าของบ้านที่รุกล้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณชุมชนวัดฉัตรแก้วจงกลณี ได้ดำเนินการรื้อย้ายบ้านในชุมชนที่รุกล้ำริมทุกหลังคาเรือน โดยในชุมชนดังกล่าวมีบ้านเรือนประชาชนที่รุกล้ำอยู่ 8 หลังคาเรือน ซึ่งที่ผ่านมาสำนักการโยธาและสำนักงานเขตบางพลัด ได้ลงพื้นที่พูดคุยทำการเจรจากับเจ้าของบ้านทั้ง 8 หลังคาเรือน ซึ่งทุกหลังให้ความร่วมมือยินยอมรื้อย้ายออกไป จากการพูดคุยกับเจ้าของบ้านทุกหลังพบว่าประชาชนมีบ้านใหม่รองรับแล้ว โดยบางรายซื้อบ้านใหม่ บางรายเช่าที่วัดแล้วนำสิ่งปลูกสร้างที่รื้อย้ายไปทำการปลูกสร้างใหม่
นายจักกพันธุ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จากภาพรวมแนวโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในระยะทางทั้ง 2 ฝั่ง ความยาวประมาณ 14 กม. มีบ้านเรือนประชาชนรุกล้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 273 หลังคาเรือน ใน 14 ชุมชน ชุมชนแห่งแรกที่ได้ดำเนินการรื้อย้ายออกไปแล้ว คือชุมชนเขียวไข่กา เขตดุสิต ชุมชนที่ 2 คือชุมชนเกียกกาย เขตดุสิต ส่วนการรื้อย้ายเป็นชุมชนที่ 3 คือวัดฉัตรแก้วจงกลณี ซึ่งกรุงเทพมหานครได้เข้าดำเนินการรื้อย้ายร่วมกันระหว่างเจ้าของบ้าน สำนักการโยธา และสำนักงานเขตที่เกี่ยวข้อง คือเขตบางพลัด และเขตดุสิต อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครได้กำหนดแผนงานการรื้อย้ายบ้านเรือนรุกล้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไว้ว่า ตามแผนจะพยายามรื้อย้ายให้เสร็จภายในสิ้นเดือน ก.ค.2560 ยกเว้นกรณีมีบ้านเรือนของประชาชนหลังใดมีความประสงค์จะขออยู่สักระยะหนึ่งเพื่อปลูกสร้างบ้านหลังใหม่ กรุงเทพมหานครก็คงให้เวลาผ่อนผันตามความเหมาะสม หลังจากนั้นจะร่วมกับเจ้าของบ้านเข้าดำเนินการรื้อย้ายออกไป เพื่อให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้
นายจักกพันธุ์ กล่าวอีกว่า กรุงเทพมหานครมีหลักเกณฑ์ว่า หากประชาชนยินยอมที่จะเข้าร่วมโครงการ ก็จะจ่ายเงินช่วยเหลือให้ก่อนครึ่งหนึ่ง หลังจากนั้นถ้ามีการทำรื้อย้ายจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะจ่ายเงินช่วยเหลือให้อีกครึ่งหนึ่งที่เหลือ ซึ่งจากการลงพื้นที่พูดคุยเจรจากับประชาชนในชุมชนที่บ้านเรือนรุกล้ำปรากฏว่า ประชาชนเกือบครึ่งหนึ่งยินยอมพร้อมใจที่จะรื้อย้ายออกไปทันที พร้อมรับเงินจำนวน 100% ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครขอขอบคุณประชาชนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการรื้อย้ายบ้านที่รุกล้ำออกไป เพื่อพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้อยู่ในสภาพที่สวยสด งดงาม มีสภาพภูมิทัศน์ที่ดี และในขณะเดียวกันจะเกิดประโยชน์กับประชาชนเอง เพื่อจะได้อยู่บ้านที่เป็นของตัวเองไม่ต้องรุกล้ำในที่สาธารณะ
"สำหรับโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา การก่อสร้างทางเดินเรียบแม่น้ำเจ้าพระยาระยะทางประมาณ 14 กม. ขณะนี้กรุงเทพมหานครโดยสำนักการโยธา อยู่ระหว่างการจัดทำราคากลาง ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมราคากลางจะเรียบร้อย หลังจากนั้นจะเข้ากระบวนการเพื่อหาตัวผู้รับจ้างการก่อสร้าง ซึ่งการก่อสร้างเริ่มตั้งแต่สะพานกรุงธนจนถึงสะพานพระราม 7 โดยเฉลี่ยแล้วฝั่งละประมาณ 7 กม. รวมทั้งสองฝั่งประมาณ 14 กม."นายจักกพันธุ์ กล่าว
"กีธูร์น" หมู่บ้านที่ไม่มีถนน ต้องเดินทางด้วยเรือเท่านั้น
สถานศึกษาที่มีนักเรียนน้อยที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่มี พระพุทธรูปใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ส่องรายได้วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่
เปิด 10 สิ่งก่อสร้างใหญ่ที่สุดในโลก มนุษย์สร้าง ไทยติดอันดับด้วย
เปิดรายได้พนักงานขับรถเมล์และพนักงานเก็บค่าโดยสาร
ประเทศที่มีกองทัพอ่อนแอที่สุดในโลก
ข้าราชการ C8 เงินเดือนเท่าไหร่
จังหวัดอากาศดีที่สุดในไทย เปิดรายชื่อพื้นที่อากาศดีตลอดปี
จังหวัดที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด ในเขตภาคอีสานของไทย
ถนนที่ยาวที่สุดในโลก อยู่ที่ไหน ยาวกว่า 30,000 กม.
ชาติเดียวในอาเซียนที่สามารถผสมผสานการใช้งานเครื่องบิน F-16 (สหรัฐฯ) และ JAS 39 Gripen (สวีเดน) ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด



