โรคไขกระดูกเสื่อม
แฟ้มภาพ
โรคไขกระดูกเสื่อม เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ส่งผลให้การสร้างเม็ดเลือดผิดปกติ โดยความผิดปกติที่พบเกิดขึ้นได้ทั้งเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไขกระดูกเสื่อมพบว่ามีหลักฐานสนับสนุนว่าส่วนมากเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม ซึ่งพบได้ทั้งการกลายพันธุ์และการขาดหายไปของยีน นอกจากนี้พบว่าการได้รับยาเคมีบำบัดบางชนิดและการได้รับการฉายรังสีจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคไขกระดูกเสื่อมอีกด้วย
ผู้ป่วยโรคไขกระดูกเสื่อมในระยะแรกอาจยังไม่มีอาการ แต่ตรวจพบเม็ดเลือดต่ำจากการตรวจสุขภาพประจำปี ในกรณีที่เม็ดเลือดต่ำลงมากขึ้นก็จะมีอาการและอาการแสดงได้ เช่น มีอาการเหนื่อย อ่อนเพลียจากการที่มีระดับความเข้มข้นเม็ดเลือดแดงต่ำ หรือมีเลือดออกจากที่มีเกล็ดเลือดต่ำ หรืออาจมาด้วยอาการไข้จากการติดเชื้อเนื่องจากมีเม็ดเลือดขาวต่ำได้ ในระยะต่อมาผู้ป่วยโรคไขกระดูกเสื่อมจะมีการดำเนินของโรคเปลี่ยนไปเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวฉับพลันได้
การวินิจฉัยโรคไขกระดูกเสื่อมประกอบไปด้วยการตรวจเลือดและการตรวจไขกระดูก โดยระดับของเม็ดเลือดที่แนะนำให้ใช้เป็นเกณฑ์ในการวินิจฉัยโรคไขกระดูกเสื่อม ได้แก่ ระดับความเข้มข้นเม็ดเลือดแดงฮีโมโกลบินน้อยกว่า 10 g/dL หรือระดับเม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิลน้อยกว่า 1.8x109/L หรือระดับเกล็ดเลือดน้อยกว่า 100x109/L การตรวจไขกระดูกจะต้องตรวจพบเซลล์เม็ดเลือดที่มีลักษณะผิดปกติมากกว่า 10% (สามารถตรวจพบความผิดปกติของเม็ดเลือดจากในเลือดได้เช่นกัน) เช่นการตรวจพบนิวเคลียสของเม็ดเลือดแดงมี 2 อันในเซลล์เดียว, การเรียงตัวของเหล็กรอบๆนิวเคลียส (ringed sideroblast 1.การตรวจพบจำนวนกลีบของนิวเคลียสที่ลดลงในเซลล์เม็ดเลือดขาวนิวโตรฟิล (bilobed neutrophil) 2. การตรวจพบเซลล์เม็ดเลือดขาวตัวอ่อนที่เพิ่มขึ้น,การตรวจพบลักษณะที่ผิดปกติของเซลล์ต้นกำเนิดเกล็ดเลือด (megakaryocyte) ได้แก่เซลล์มีขนาดเล็กหรือมีขนาดใหญ่ผิดปกติ นอกจากนี้การตรวจความผิดปกติของโครโมโซมก็ยังช่วยในการวินิจฉัยโรคไขกระดูกเสื่อมอีกด้วย
โรคไขกระดูกเสื่อมจัดแบ่งตามความรุนแรงได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่กลุ่มที่มีเสี่ยงต่ำ โดยกลุ่มนี้จะมีการดำเนินโรคไปเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวฉับพลันช้ากว่ากลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง มีค่ามัธยฐานของระยะเวลาการรอดชีวิต 3-5 ปี ในขณะที่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง จะมีการดำเนินโรคไปสู่มะเร็งเม็ดเลือดขาวฉับพลันเร็วกว่ากลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ และมีค่ามัธยฐานของระยะเวลาการรอดชีวิตที่น้อยกว่า 1 ปี
การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำและต้องได้รับเลือดบ่อยๆ จะมีเป้าหมายในการรักษาคือ ลดความจำเป็นในการให้เลือด อาจพิจารณาเลือกใช้ยากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงในผู้ป่วยที่เหมาะสม สำหรับกลุ่มความเสี่ยงสูงเป้าหมายในการรักษาคือเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วย โดยพิจารณาการปลูกถ่ายไขกระดูกในผู้ป่วยที่อายุน้อย หรือพิจารณาให้ยาในกลุ่มที่เรียกว่า (hypomethylating agent) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมีระยะเวลาการรอดชีวิตที่ยาวขึ้น
หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่ง
ทำไมเราจึงซื้อหวยไม่ถูก
โรงเรียนที่ต้องจ่ายค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย
ข้าราชการ C8 เงินเดือนเท่าไหร่
ส่องรายได้วินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ เดือนหนึ่งได้เท่าไหร่
เปิดพิกัด "แหล่งร่อนทอง" ในไทย ใครอยากรวยด้วยมือเปล่าต้องมาลุย
เลขเด็ดเสือตกถังพลังเงินดี สาย 1 งวด 16 มี.ค. 2569
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/3/69
รู้จัก 10 จังหวัดในอดีตของไทย ที่ถูกยุบรวมจนไม่เหลือชื่อบนแผนที่
10 มหาวิทยาลัย ที่มีเปอร์เซ็นต์การสอบผ่านครูผู้ช่วย มากที่สุด
ประเทศที่ไม่มีงูอยู่เลย ในพื้นที่ทางธรรมชาติ
อดีต CIA เผยสาเหตุที่แท้จริง ที่ทรัมป์โจมตีอิหร่าน
"พลับพลึงธาร" พืชสุดสวยในแหล่งน้ำของไทย พืชที่ใกล้สูญพันธุ์
เจาะลึกดราม่า! "ประกวดอูฐงามโอมาน 2026" สั่งแบนอูฐนับสิบตัว เหตุฉีดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์อัพสวย
หลอนทั้งโซเชียล! เมื่อ AI แต่งภาพอสังหาฯ พลาด กลายเป็น "อสุรกาย" โผล่กลางห้องน้ำ
หลอนทั้งโซเชียล! เมื่อ AI แต่งภาพอสังหาฯ พลาด กลายเป็น "อสุรกาย" โผล่กลางห้องน้ำ
เจาะลึกดราม่า! "ประกวดอูฐงามโอมาน 2026" สั่งแบนอูฐนับสิบตัว เหตุฉีดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์อัพสวย
อุทาหรณ์หมอดูหิวสวาท เมื่อศรัทธากลายเป็นเครื่องมือสนองกามและรีดทรัพย์
จางหลิงเฮ่อ เจอดราม่า หลังพูดพาดพิงรูปลักษณ์คนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้