ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ลดค่าสินไหมคดีแพรวาชนรถตู้จาก 30 ล้านเหลือ 19 ล้านเหตุคนขับรถตู้ก็ขับรถเร็ว
น.ส.แพรวา หรือ อรชร (นามสมมติ) ขับรถยนต์ซีวิค เฉี่ยวชนรถตู้โดยสารพลิกคว่ำ เมื่อคืนวันที่ 27 ธ.ค. 2553
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลดค่าสินไหม ค่าขาดไร้อุปการะเหยื่อคดีแพรวาขับฮอนด้าซิวิคชนรถตู้ จากเดิม 30 ล้าน เหลือ 19 ล้านเศษ ชี้ลดหย่อนตามพฤติการณ์ ระบุคนขับรถตู้ก็ใช้ความเร็วสูงเช่นกัน แม้ไม่ได้ก่อผลโดยตรง
เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560 ศาลแพ่งอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ 2266-2278/2559 ที่กลุ่มญาติผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ จากอุบัติเหตุ น.ส.แพรวา หรือ อรชร (นามสมมติ) ขับรถยนต์ซีวิค เฉี่ยวชนรถตู้โดยสารพลิกคว่ำ เมื่อคืนวันที่ 27 ธ.ค. 2553 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.แพรวา (นามสมมติ) เยาวชนหญิง ที่ขับรถยนต์ซีวิค รวม พันเอกรัฐชัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา นางนิลุบล อรุณวงศ์ บิดาและมารดาของเยาวชน,นายสุพิรัฐ จ้าววัฒนา ซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ซีวิค,นายสันฐิติ วรพันธ์,น.ส.วิชชุตา วรขจิต และ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลย 1 - 7 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2554 เรื่องกระทำละเมิด ให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 113,077,510.22 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี
คดีนี้ศาลชั้นต้น ได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 โดยเห็นว่าคดี น.ส.แพรวา เป็นการกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมถึงทรัพย์สินเสียหาย ซึ่งเป็นการกระทำละเมิด จึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และเมื่อรับฟังได้ว่า น.ส.แพรวา จำเลยที่ 1 กระทำผิด บิดาและมารดา ซึ่งเป็นจำเลยที่ 2 และ 3 ก็ไม่ได้นำสืบถึงความระมัดระวังในการดูแลจำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย
พิพากษาให้ น.ส.แพรวา บิดา และมารดาของ น.ส.แพรวา ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ประกอบด้วย ค่าไร้อุปการะ และค่ารักษาพยาบาลรวมถึงค่าอื่นๆ ให้กับโจทก์ร่วม รวม 28 คน ซึ่งเป็นครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแต่ละคน ในจำนวนเงินแตกต่างกันตั้งแต่ คนละ 4,000 - 1,800,000 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 30 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อปี
ต่อมาโจทก์ที่ 5, 11 และ จำเลย 1 - 3 ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา
ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์จากคำเบิกความของพยานหลักฐานเห็นได้ว่าพฤติการณ์กระทำละเมิดไม่ได้เกิดจาก จำเลยที่ 1 เพียงฝ่ายเดียว พฤติการณ์การขับรถของ นางนฤมล ปิตาทานัง ผู้ขับรถตู้ที่ได้ขับด้วยความเร็วสูง ซึ่งเป็นการประมาทเช่นเดียวกัน เมื่อข้อเท็จจริงเป็นดังนี้ การเรียกค่าเสียหายจากค่าขาดไร้อุปการะจำเลยที่ 1 - 3 ที่ศาลชั้นต้นกำหนดเป็นจำนวนเงินที่สูงเกินควร
ตามที่จำเลยที่ 1 - 3 อุทธรณ์ นั้นก็ได้ความว่า นางนฤมล ขับรถตู้ด้วยความเร็วสูง แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้หมายความว่า นางนฤมล ขับตัดหน้า หรือขับเสียหลักชนรถยนต์จำเลยที่ 1 ขับ เพราะหากจำเลยที่ 1 ไม่ขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูงเพื่อแซงคนขับรถตู้โดยสาร ก็จะไม่เกิดการเฉี่ยวชนกัน จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงมากกว่า นางนฤมล กรณีไม่ใช่เรื่องที่จำเลยที่ 1 หรือ นางนฤมล มีความประมาทเลินเล่อไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ตามที่จำเลยที่ 1 - 3 อุทธรณ์
เมื่อพิจารณาค่าขาดไร้อุปการะตามที่ศาลชั้นต้องกำหนดให้โจทก์แต่ละรายเห็นว่าเป็นอัตราที่เหมาะสมแล้ว แต่เมื่อฟังว่า นางนฤมล มีส่วนประมาทอยู่บ้างย่อมถือมีส่วนทำผิดความผิดก่อให้เกิดความเสียหายด้วยแต่ไม่ได้เป็นผลโดยตรง ค่าสินไหมทดแทนที่ต้องชดใช้จึงต้องพิจารณาลดหย่อนตามพฤติการณ์ เห็นสมควรกำหนดให้จำเลยที่ 1 - 3 รับผิดชอบค่าเสียหายในส่วนค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์แต่ละราย 4 ใน 5 ส่วน
พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยที่ 1 - 3 ร่วมกันชำระเงิน แก่โจทก์ที่ 1 - 5, 9 - 19, 21 - 22, 25 - 28 รวมเป็นเงิน 19,826,925 บาท โดยมีจำนวนเงินตั้งแต่ 80,000 - 1,440,000 บาท
และให้จำเลยที่ 4 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 - 3 ต่อโจทก์ที่ 5 และที่ 11 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
สำหรับคดีอาญา ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเยาวชน และครอบครัว 1 ยื่นฟ้อง น.ส.แพรวา อายุ 17 ปี (ขณะเกิดเหตุ) ต่อศาลเยาวชน และครอบครัวกลางในความผิดฐานขับรถยนต์โดยประมาท จนเป็นเหตุในผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และถึงแก่ความตาย และทรัพย์สินเสียหายนั้น ซึ่งคดีได้ถึงที่สุดแล้ว ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำคุก น.ส.แพรวา 3 ปี แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 4 ปี บำเพ็ญประโยชน์ 48 ชั่วโมงต่อปี และห้ามขับรถจนกว่าจะมีอายุครบ 25 ปี ซึ่ง น.ส.แพรวา ได้ยื่นฎีกาสู้คดี แต่ศาลไม่รับฎีกาจึงทำให้คดีสิ้นสุดตามคำพิพากษาดังกล่าว
นางทองพูล พานทอง มารดาของ นางนฤมล คนขับรถตู้ ซึ่งเป็น 1 ในโจทก์ร่วม กล่าวว่า ในส่วนของลูกสาวตนที่ศาลอุทธรณ์มองว่ามีความผิดฐานขับรถเร็วด้วย ส่วนเงินค่าเสียหายเดิมนั้นศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายแก่ตนประมาณ 150,000 บาท แต่พอมาถึงชั้นอุทธรณ์ศาลก็พิพากษาแก้ค่าเสียหายให้แก่ตนเหลือ 120,000 บาท ซึ่งลดจำนวนเงินรวมถึงผู้เสียหายรายอื่นด้วย
ส่วนเรื่องจะยื่นฎีกาหรือไม่นั้น ต้องขอประชุมร่วมกับผู้เสียหายคนอื่นก่อนว่าจะมีความเห็นอย่างไร
ชายวัย 52 ปีเสียชีวิตกะทันหัน แม้จะวิ่งวันละ 5 กิโลเมตรก็ตาม
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
ห้ามใช้น้ำส้มสายชู ทำความสะอาดสิ่งของ 5 อย่างนี้ในบ้านเด็ดขาด!!
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
ศึกปีกสีดำ! นกขุนทอง ปะทะ นกเอี้ยง ใครคือสุดยอดนักพูดแห่งพงไพร?
ภาพเหตุการณ์สุดระทึก เมื่อเด็กชายวัย 4 ขวบพลัดตกลงไปในบ่อน้ำลึก 12 เมตร
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
"ฮุนมาเนต" หลุดโป๊ะเอง ลอบกัดไทย "วางบึ้มสังหาร" ยอมเอาชีวิตชาวเขมรเข้าเสี่ยง ชาวบ้านซวยลับเข้าบ้านไม่ได้
กัมพูชาเดือด ประชาชนบุกทุบตู้ ATM หลังแบงก์ยักษ์ "Prince Bank" ล้มละลาย ปิดตำนานออกญาเฉินจื้อ
มาแล้ว! เปิด 10 อันดับเลขเด็ดขายดี งวดวันที่ 17 มกราคม 69..อยากรวย รีบส่องเลย!!
หนุ่มขอสาวแต่งงานกลางตลาดนัด
หนุ่มขอสาวแต่งงานกลางตลาดนัด
เครื่องดื่มบำรุงเส้นผม และหนังศีรษะ
รวมภาพตลก เฮฮา ขำขัน ประจำวันนี้
มาทำความรู้จัก "ลุงสุ่น เพลงสั้น" ราชาเพลงแปลงยุค 5.0 ...ตำนานความฮาล้านวิว
ทุเรียนกับเรื่องที่คุณยังไม่รู้?



