ทนายอเมริกันชี้ทรัมพ์สั่งยิงโทมาฮอว์ก 59 ลูกใส่ฐานทัพซีเรียผิดรัฐธรรมนูญสหรัฐ-ผิดกฎบัตรสหประชาชาติ ทำตามอำเภอใจ
US President Donald Trump © Jonathan Ernst / Reuters
ทนายอเมริกันชี้ทรัมพ์สั่งยิงโทมาฮอว์ก 59 ลูกใส่ซีเรียทำตามอำเภอใจ-ผิดรัฐธรรมนูญสหรัฐผู้ประกาศสงครามได้ต้องเป็นสภาคองเกรสและผิดกฎบัตรสหประชาชาติ จะส่งทหารบุกประเทศอื่นได้ต้องผ่านการอนุมัติของสภาความมั่นคง ถือเป็นการทำตามอำเภอใจเพราะซีเรียไม่ได้ทำร้ายผลประโยชน์ของสหรัฐและทหารสรัฐ
เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2017 นายแดนนี่ เซวาลลอส ทนายความอเมริกันเขียนบทความลงในสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นด้วยการตั้งคำถามว่า ทรัมพ์สั่งยิงขีปนาวุธผิดกฎหมายหรือไม่ (Were Trump's missile strikes illegal?) ดังนี้
เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาประธานาธิบดีทรัมพ์สั่งยิงจรวดร่อนโทมาฮอว์ก 59 ลูกโจมตีสนามบิน Shayrat ซีเรียได้รับทั้งคำชมและการวิพากษ์วิจารณ์
คำสั่งดังกล่าวอาจกล่าวได้ว่าผิดกฎหมาย
หากจะพูดถึงเรื่องความเป็นธรรมแล้ว อำนาจของประธานาธิบดีในการสั่งยิงจรวดร่อนเข้าใส่ประเทศอื่นโดยไม่ได้ตรวจสอบกับสภาคองเกรส กลายเป็นเรื่องคลุมเครือต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญในยุคปัจจุบัน เพราะความเป็นจริงแล้วตามกฎหมายรัฐธรรมนูญสหรัฐมาตรา 1 อนุมาตรา 8 ระบุไว้ว่าสภาคองเกรสมีอำนาจในการประกาศสงคราม,อำนาจจัดเก็บภาษี,ภาษีศุลกากร,ภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต เพื่อที่จะนำไปจ่ายหนี้,นำไปจ่ายงบประมาณป้องกันประเทศและสวัสดิการทั่วไปของสหรัฐ
มองทางฝ่ายบริหาร รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าประธานาธิบดีคือผู้บัญชาการสูงสุด (Commander in Chief) ของกองทัพบกและกองทัพเรือสหรัฐ (ยุคที่ร่างรัฐธรรมนูญในศตวรรษที่ 18 ยังไม่มีเครื่องบินหรือกองทัพอากาศ) จะต้องทำเต็มความสามารถของตนในการ “รักษา,คุ้มครองและปกป้องรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา”
นอกเหนือไปจากรัฐธรรมนูญแล้ว การออกกฎหมายของรัฐบาลกลางรวมทั้งกฎหมายระหว่างประเทศก็ยังมีข้อถกเถียงเรื่องอำนาจของฝ่ายบริหาร ตัวอย่างเช่นกฎหมายว่าด้วยการแก้ปัญหาสงคราม 1973 (The War Powers Resolution (WPR) of 1973)จำกัดอำนาจของประธานาธิบดีในฐานะ commander in chief ในการที่จะนำกองทัพเข้าไปสู่ความขัดแย้งได้ ประธานาธิบดีจะต้อง (1) ประกาศสงคราม (2) ได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่กำหนดไว้ หรือ (3) เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นโดยเหตุนั้นจะทำร้ายประเทศสหรัฐอเมริกาหรือทำร้ายทหารอเมริกัน
ขณะที่การใช้เหตุผลทาง“มนุษยธรรม”เป็นข้ออ้างในการโจมตีดูเหมือนจะเป็นจุดมุ่งหมายทางศีลธรรมอันน่ายกย่อง, แต่อาจไม่ใช่เหตุผลที่ถูกต้องในการโจมตีภายใต้กฎหมายภายในประเทศ(ของสหรัฐ) ส่วนเรื่องนานาชาติว่าด้วยกฎบัตรของสหประชาชาติปรากฎว่าห้าม(ประเทศหนึ่ง)แทรกแซงทางทหารในต่างประเทศโดยสิ้นเชิง เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคงอีกทั้งการใช้กำลังทหารนั้นเพื่อป้องกันประเทศของตัวเอง
ประธานาธิบดีมีวิธีการง่ายๆในข้อจำกัดทางกฎหมายเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม เขาลงมือทำในสิ่งที่เขาต้องการ
หากประธานาธิบดีทรัมพ์งคงยืนยันว่ามีอำนาจหน้าที่ เขาจะต้องได้รับการหนุนหลังจากสภาคองเกรสหรืออย่างน้อยสภาคองเกรสก็ทำเป็นเพิกเฉยไม่โต้แย้งใดๆ และศาลรัฐบาลกลางก็คงไม่ยุ่งเกี่ยวกับกรณีนี้
คำถามมีว่า ประธานาธิบดีสั่งโจมตีทางอากาศได้อย่างไร ในเมื่อละเมิดรัฐธรรมนูญ,กฎหมายรัฐบาลกลางและกฎหมายระหว่างประเทศ? คำตอบง่ายๆก็คือประธานาธิบดีคนอื่นๆก็ทำ
คำถามนี้ประธานาธิบดีทรัพม์จะต้องตอบ
ประธานาธิบดีคนอื่นที่รณรงค์โจมตีประเทศอธิปไตยอื่นด้วยเหตุผลทางด้านมนุษยธรรม อาทิเช่น บิล คลินตัน สั่งลงมือในโคโซโวรวมทั้งเข้าไปแทรกแซงในเฮติและบอสเนีย ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ส่งทหารเข้าปฏิบัติการในลิเบียรวมทั้งขู่ว่าจะดำเนินการในซีเรียด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตามทั้งคลินตันและโอบามาลงมือเพราะได้รับอนุญาตจากสภาคองเกรส แต่ก็มีเงื่อนไขว่าการปฏิบัติการทางทหารจะต้องไม่ยกระดับไปสู่ “สงคราม”
ฝ่ายบริหารของรัฐบาลคลินตันกำหนดให้ประธานาธิบดีปฏิบัติการทางทหารในต่างประเทศ โดยไม่ได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสตราบใดที่มี “ผลประโยชน์ของชาติ”เข้ามาเกี่ยวข้อง- เพียงเท่านี้ , แต่กลายเป็นเรื่องบังเอิญในคืนวันพฤหัสบดี (6 เมษายน)เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯยืนยันว่าประธานาธิบดีทรัมพ์มีอำนาจภายใต้รัฐธรรมนูญในการใช้กำลังกับต่างประเทศเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา
เป็นเรื่องน่าประหลาดใจมาก หากคุณจะคิดตาม : การยิงจรวดโทมาฮอว์ก 59 ลูกใส่ฐานทหารต่อประเทศที่มีอธิปไตยแห่งดินแดนของตน อาจไม่ใช่ “การทำสงคราม”ตามรัฐธรรมนูญ ในช่วงนั้นผู้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้มีขีปนาวุธ จึงไม่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่าการใช้ขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายในประเทศอื่นๆห่างออกไปนับพันไมล์นั้นเป็น “สงคราม”
แต่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ (สหรัฐ)ในศตวรรษที่ 18 มีความคุ้นเคยเฉพาะแนวคิดเรื่อง “สงครามอันจำกัด” โดยการทำสงครามของทหารจะต้องมีระยะเวลาอันจำกัด ไม่ได้ทำมากกว่าครั้งเดียว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องนอกเหนือจินตนาการว่าการยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์กและการยิงกระสุนปืนใหญ่ อาจไม่ใช่เรื่องของสงครามที่ต้องขออนุมัติจากสภาคองเกรส
สมาชิกสภาคองเกรสบางคนให้ความเห็นชัดเจนว่าการยิงโทมาฮอว์กครั้งนี้ถือว่าผิดกฎหมาย สมาชิกพรรคเดโมแครตกล่าว ก่อนลงมือยิงประธานาธิบดีทรัพม์จะต้องขออนุมัติจากสภาคองเกรสเสียก่อน
แต่ในท้ายที่สุดการแสดงความคิดเห็นเหล่านั้นอาจเป็นรูปแบบมากกว่าเนื้อหา อีกทั้งมีนักวิชาการคนหนึ่งโต้แย้งว่า “ระบบการเมืองปัจจุบันเปิดแรงจูงใจให้ประธานาธิบดีสั่งการได้เกินเหตุ,สภาคองเกรสมีแรงจูงใจที่จะยอมรับ(การสั่งการ),ศาลมีแรงจูงใจในการสั่งเลื่อน(ปฏิบัติการออกไป)” ในกรณีที่จะมีการปฏิบัติการทางทหารในต่างประเทศ
ประวัติศาสตร์เองก็บอกเราไว้เช่นนี้ แม้ว่าจะมีเสียงวิจารณ์อย่างหนัก สภาคองเกรสอาจจะให้การสนับสนุนหลังจากข้อเท็จจริงปรากฎแล้ว หรือไม่ทำอะไรเลย ส่วนศาลก็ไม่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมใดๆ ในอดีตเคยมีสมาชิกสภาคองเกรสนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมว่าประธานาธิบดีใช้กำลังทหารในต่างประเทศถือเป็นการละเมิดกฎหมายรัฐบาลกลางและรัฐธรรมนูญ แต่สภาคองเกรสกลับไม่เห็นด้วย
บางครั้งการประเมินผลการดำเนินการผ่านมุมมองของกฎหมายดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อย เมื่อเราได้เห็นภาพของเด็กๆที่ถูกแก๊ส (พิษ)โดยรัฐบาลของตน แต่การกระทำอันน่ากลัวเหล่านี้ไม่ใช่การโจมตีสหรัฐหรือกองกำลังทหารสหรัฐแน่นอน
กระนั้นก็ตามเราไม่อาจคาดหวังได้ว่าประธานาธิบดีทรัมพ์จะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ผู้บริหารก่อนหน้าได้ละเลยหรือตีความใหม่อย่างสะดวกเช่นกัน แม้รัฐธรรมนูญกำหนดให้สภาคองเกรสมีอำนาจพิเศษในการประกาศสงคราม แต่กลับดูเหมือนว่าในยุคปัจจุบันประธานาธิบดีมีอำนาจที่จะเป็นผู้กำหนดว่า"ผลประโยชน์ของชาติ"คืออะไร อีกทั้งเมื่อต้องใช้ขีปนาวุธเป็นครั้งคราวโจมตีสนามบินทหารของประเทศอธิปไตยอื่น (ก็กำหนดว่าคือผลประโยชน์ของชาติ)
แดนนี เซวาลลอส สรุปว่าปัจจุบันเราอาจเข้าสู่ยุควิกฤติด้านมนุษยธรรมในต่างประเทศ พร้อมด้วยการมีประวัติความเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน เพื่ออนุญาตให้ใช้กฎหมายรัฐบาลกลางและรัฐธรรมนูญ แม้ว่าตราบใดที่ตีความว่าไม่ใช่ “สงคราม”
Emergency' protests across US demand 'Hands off Syria' (VIDEOS, PHOTOS)
https://www.rt.com/usa/383998-emergency-hands-off-syria-protests/
หมายเหตุบรรณาธิการ-แดนนี่ เซวาลลอส (Danny Cevallos) เป็นนักวิเคราห์กฎหมายของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น(CNN Legal Analyst)และเป็นทนายความว่าความเกี่ยวกับคดีได้รับบาดเจ็บต่อร่างกาย,คดีที่ตัดสินผิดพลาด,และเป็นทนายจำเลย มีใบอนุญาตว่าความในรัฐนิวยอร์ก,เพนซิลเวเนียและหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐและยังเป็นผู้บรรยายให้กับ the School of Nursing and Health Professions มหาวิทยาลัย Drexel เซวาลอสเป็นศิษย์เก่า North Muskegon High School มิชิแกน,จบมหาวิทยาลัยมิชิแกนและโรงเรียนกฎหมายนอร์เธอ แดม (Notre Dame Law School)ความเห็นที่แสดงนี้เป็นส่วนตัวไม่เกี่ยวกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 17 มกราคม 69..รีบส่องด่วน ก่อนหวยออก!!
มาทำความรู้จัก "ลุงสุ่น เพลงสั้น" ราชาเพลงแปลงยุค 5.0 ...ตำนานความฮาล้านวิว
"ฮุนมาเนต" หลุดโป๊ะเอง ลอบกัดไทย "วางบึ้มสังหาร" ยอมเอาชีวิตชาวเขมรเข้าเสี่ยง ชาวบ้านซวยลับเข้าบ้านไม่ได้
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
ศึกปีกสีดำ! นกขุนทอง ปะทะ นกเอี้ยง ใครคือสุดยอดนักพูดแห่งพงไพร?
ทึ่งทั่วโลก : "เหลาซาน" ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ริมทะเล ของประเทศจีน ภูมิทัศน์สวยงาม ตระการตา
เรื่องราวความสัมพันธ์ 4,500 ล้านปี "โลกและดวงจันทร์" ความลับใต้แสงจันทร์ที่คุณอาจไม่เคยรู้
การกระทำ 4 อย่างนี้ขณะอยู่บนลิฟต์ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า EQ ต่ำมาก
เรื่องราวความสัมพันธ์ 4,500 ล้านปี "โลกและดวงจันทร์" ความลับใต้แสงจันทร์ที่คุณอาจไม่เคยรู้
มหัศจรรย์ปลาดุก! "ลิ้นเดินได้" ที่มีตุ่มรับรสทั่วตัวกว่าแสนจุด
ควรตื่นหรือนอนเวลาไหนดีที่สุดสำหรับคุณ การนอนหลับตามธรรมชาติแบ่งการตื่นนอนของคนออกเป็น 4 แบบ โดยเปรียบเทียบกับสัตว์ 4 ชนิด สิงโต โลมา หมาป่า หมี
ลางของพ่อสัปเหร่อเป็นจริง ทั้งชีวิตเคยส่งคนตๅย แต่ไม่คิดว่าวันหนึ่งต้องมารับร่างลูกสาวตัวเอง
10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 17 มกราคม 69..รีบส่องด่วน ก่อนหวยออก!!
ของป่าจากประเทศไทย ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงมากที่สุด
ลางของพ่อสัปเหร่อเป็นจริง ทั้งชีวิตเคยส่งคนตๅย แต่ไม่คิดว่าวันหนึ่งต้องมารับร่างลูกสาวตัวเอง
"อีแชดัม" เจ๊ใหญ่ในวงการหนังอาร์เกาหลี..ฝีมือการแสดงไม่ธรรมดา รุ่นน้องยังยอมแพ้!
99% ของคนที่ทำผิดพลาด 3 ข้อนี้ จะลงเอยด้วยการเป็นหนี้
การกระทำ 4 อย่างนี้ขณะอยู่บนลิฟต์ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า EQ ต่ำมาก
