หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
News บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มาทำความรู้จักกับโรคใหม่ที่มักเกิดขึ้นในงานสัปดาห์หนังสือ

โพสท์โดย ซับใน

ชอบซื้อหนังสือมาดองทิ้งไว้ ทั้ง ๆ ที่หนังสือเล่มเก่า ๆ ในตู้ก็แทบไม่เคยได้อ่าน

นี่คืออาการดองหนังสือที่หลายคนเป็น แต่ก็แอบไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไม 


          ทุกครั้งที่มีงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เรามักจะเห็นคนบ่นว่าล้มละลายกันบ่อย ๆ พร้อมกับบ่นตัวเองกับเพื่อนหรือบนโซเชียลประมาณว่า นี่ซื้อหนังสือเป็นตั้งอีกแล้ว แต่เล่มเก่ายังไม่ได้อ่านเลยจ้า...

..........เอาเป็นว่าใครมีอาการชอบ...ดองๆๆๆหนังสือ ไว้เฉย ๆ ลองมาอ่านคำอธิบายถึงภาวะชอบดองหนังสือ

มันมีชื่อเรียกครับ...

          Tsundoku...เป็นภาษาญี่ปุ่นที่หมายถึงการเสาะหาหนังสือหรือเอกสารมาอ่าน...จากนั้นก็กองทิ้งไว้ ไม่ได้อ่าน 

          ถือเป็นคำที่ตรงไปตรงมาที่สุดกับพฤติกรรมนี้ เทียบเท่ากับที่คนไทยใช้คำว่า "ดองหนังสือ"



          ส่วนในภาษาอังกฤษไม่ได้มีคำเฉพาะเสียทีเดียว...

     โดยคำที่ตรงที่สุดก็จะเป็น Book Buying addiction แปลว่า... เสพติดการซื้อหนังสือ ซึ่งชื่อเน้นไปที่การซื้อ...

แต่ว่ากลุ่มที่สนใจเรื่องนี้ก็จะบ่นเหมือน ๆ กันคือ ชอบซื้อมาแต่ไม่ได้อ่าน

     

ทำไมคนเราบางคนจึงชอบซื้อหนังสือแต่ไม่อ่านหรืออ่านไม่จบ

1. เรากลัวว่าเราจะไม่เจอหนังสือนี้อีก (ตามธรรมชาติ)

          หลายครั้งเราเจอหนังสือที่เราสนใจ ไม่แน่ใจว่าจะซื้อดีไหม...จากนั้นเมื่อกลับไปหาอีกก็ไม่เจออีกแล้ว มนุษย์เป็นสัตว์ที่ชอบเก็บสิ่งของ เพื่อเตรียมตัวไว้สำหรับอนาคต ....หุหุ...ซึ่งความรู้สึกที่ว่าได้เจอบางสิ่งบางอย่างแล้วไม่ได้เก็บไว้ จากนั้นเมื่ออนาคตมาถึงเราต้องใช้แต่ไม่มี มันจะทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีอย่างมาก ๆ บางคนจึงมีความอยากซื้อทันทีที่เห็นหนังสือที่รู้สึกถูกใจ

2. เรากลัวว่าเราจะไม่เจอหนังสือนี้อีก (เพราะสำนักพิมพ์ไม่พิมพ์เพิ่ม)
   
          ในกลุ่มนักอ่านหนังสือบางประเภท จะรู้กันดีว่ามีหนังสือบางกลุ่มที่เมื่อพิมพ์ออกมาแล้วมักจะไม่มีโอกาสได้พิมพ์อีกเป็นครั้งที่ 2...และอาจจะไม่มีทางเจอมันอีก.....เพราะเฉพาะกลุ่มจนกระทั่งร้านหนังสือใหญ่ ๆ ไม่อยากนำมาขาย ดังนั้นกลุ่มนักอ่านกลุ่มนี้จะซื้อหนังสือพวกนี้มาตุนไว้



3. เราอยากได้ความสุขจากการซื้อ
   
          คนเรามีความสุขเมื่อได้เลือก และได้จ่ายเงิน เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกมีอำนาจและควบคุมชีวิตเราเองได้ บางคนจะรู้สึกดีเมื่อเห็นหนังสือที่ตนซื้อมา (คล้าย ๆ กับคนที่ชอบซื้อเสื้อผ้า เครื่องประดับมาเก็บ)

4. เรามีความสุขกับการจินตนาการสิ่งที่จะได้จากการอ่านหนังสือ
   
          บางคนอยากพัฒนาตนเอง ก็จะซื้อหนังสือพัฒนาตนเองมาเก็บไว้ และคิดว่าเมื่อได้อ่านแล้วจะมีชีวิตที่ดีขึ้น บางคนเห็นไอดอลของตนซื้อหนังสือมาอ่าน ตนอยากเก่งแบบนั้นบ้าง จึงหาหนังสือมาดองไว้ กะว่ามีเวลาจะอ่าน จะได้เก่งแบบนั้นบ้าง

          ซึ่งข้อที่ทำให้แตกต่างกันคือ ถ้าเรา "มีความสุขกับการจินตนาการว่าจะได้ประโยชน์จากหนังสือ" มากกว่า "ความตั้งใจได้ประโยชน์จากหนังสือ" ความอยากอ่านของเราจะลดลง  เพราะ...ประมาณว่า แค่ได้ซื้อก็สุขใจละ


5. สิ่งที่ทำให้เราอยากซื้อนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว
   
          ตัวของเราตอนที่ซื้อ เป็นคนละอารมณ์และความรู้สึกกับตัวเราในตอนนี้ บางเรื่องเป็นเรื่องหายากในอดีต เราจึงอยากอ่าน...แต่เวลาผ่านไป คนอ่านเอามาเขียนต่อมีเยอะ เราก็ลดความอยากอ่าน 



6. ไม่มีเวลาแต่เราหวังว่าเราอยากจะอ่าน
   
          ตรงไปตรงมา คือเราให้เวลากับอย่างอื่นมากกว่า และเราหวังว่าเมื่อมีเวลาจะแบ่งให้ เราก็จะอ่านหนังสือ แต่เมื่อเรายังเห็นสิ่งอื่นสำคัญกว่า เราก็จะไม่แบ่งเวลาให้การอ่านหนังสือจนทำให้เราไม่ได้อ่านสักที



7. อยากให้คนอื่นเห็นเราเป็นคนชอบอ่านหนังสือ
   
          ซื้อมาถ่ายปกอัพ/ซื้อมาเป็นเครื่องประดับบ้าน (จริง ๆ ข้อนี้ไม่นับ เพราะแบบนี้คือเราไม่ได้ตั้งใจจะอ่านมันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว)


          ผลของการ "ดองหนังสือ" ที่มีต่อเรา แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ไม่ร้ายแรงมาก แต่การดองหนังสือไว้มาก ๆ ก็อาจจะไม่ดีกับตัวของเราได้ ยกตัวอย่างเช่น

1. ทำให้เรารู้สึกไม่ดีกับตนเอง
   
          การ "ซื้อ" หนังสือจะทำให้เรารู้สึกว่าเราได้สัญญากับตนเองว่าจะอ่าน พอเราไม่ได้อ่าน ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับเราโกหกตนเอง ผิดสัญญากับตนเอง...บางคนจะเกิดความรู้สึกด้อยค่า อาย ไม่พอใจตัวเอง หรือลดความรู้สึกเคารพในตัวตนของตนเอง

2. มีผลต่อความสัมพันธ์
   
          หนังสือเต็มบ้าน แย่งที่เก็บของของคนอื่น และถ้ามีคนมาต่อว่าว่า "ซื้อมาแต่ไม่ยอมอ่าน"
 
          มันก็จะเป็นการเปิดบาดแผลในข้อ 1

แล้วเราจะทำอย่างไรดี...


วิธีแก้ไข
 
1. ก่อนซื้อทุกครั้ง หาสาเหตุของการซื้อก่อน...และตั้งกติกา

    

2. เช่าหนังสือ
   
      

3. หาเวลาบังคับอ่านหนังสือในแต่ละวัน ไม่อ่านขาดและไม่อ่านเกินเวลาที่กำหนด
   
         

4. อ่านอย่างมีจุดหมาย
   
          

5. ซื้อ Ebook/ซื้อออนไลน์/ซื้อมือสอง
   

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ซับใน's profile


โพสท์โดย: ซับใน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
8 VOTES (4/5 จาก 2 คน)
VOTED: Tabebuia, zerotype
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/6910 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!"ฮุนมาเนต" หลุดโป๊ะเอง ลอบกัดไทย "วางบึ้มสังหาร" ยอมเอาชีวิตชาวเขมรเข้าเสี่ยง ชาวบ้านซวยลับเข้าบ้านไม่ได้ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียวอำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเองไม่ใช่ 60! วิจัยชี้มนุษย์เริ่ม "แก่ลง" ตั้งแต่อายุเท่าไหร่? แอบช็อกร่างกายเสื่อมไวกว่าที่คิดแรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมายเผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มาโกะ นิชิมูระ ยากูซ่าหญิงผู้เป็นตำนานเพียงหนึ่งเดียวของญี่ปุ่นโรงเรียนญี่ปุ่น ได้รับจดหมายขู่ฆ่ๅยกโรงเรียน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
99% ของคนที่ทำผิดพลาด 3 ข้อนี้ จะลงเอยด้วยการเป็นหนี้แหล่งข่าวนิรนามยืนยันว่า OpenAI เตรียมปล่อยโฆษณาบน ChatGPTWindows 11 26H1 มีฟีเจอร์ใหม่ ๆ มาให้ลองใช้งานมากมายการกระทำ 4 อย่างนี้ขณะอยู่บนลิฟต์ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า EQ ต่ำมาก
ตั้งกระทู้ใหม่