เผย e-Passport ครบสัญญาจ้าง 7 ล้านฉบับ 3 มีนาคมนี้ คสช.ให้บริษัทเดิมทำไปก่อนอาจใช้ ม.44 ช่วยเพราะติดขัดปัญหากฎหมาย
e Passport ที่กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2005 หรือ พ.ศ.2548
คสช. เห็นชอบให้บริษัทเดิมออก e-Passport ไปก่อนจนกว่าจะได้ e-Bidding ให้บริษัทใหม่เข้ามาดำเนินการ เหตุจะครบสัญญาจ้าง 7 ล้านฉบับวันที่ 3 มีนาคมนี้ เผยต้องใช้เวลาถึง 1 ปีติดขัดปัญหากฎหมาย ทำให้สตง.เล่นงานได้ อาจใช้ ม.44 ช่วยแก้ปัญหา ตั้งข้อสังเกตุ e-Passport ใช้มาตั้งแต่ปี 2548 ทำไมไม่มีปัญหา
เมื่อเวลา 15.40 น.วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม
พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องที่ประชุม คสช.หารือเกี่ยวกับการจัดทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต โดยเฉพาะหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ( e-Passport)เป็นการออกหนังสือเดินทางโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ว่า ปัจจุบันมีประชาชนไปติดต่อขอทำพาสปอร์ตและต่ออายุพาสปอร์ต วันหนึ่งประมาณ 10,000 เล่ม
ในการทำ e-Passport นั้น กระทรวงการต่างประเทศ ได้ตกลงว่าจ้างบริษัทหนึ่งให้ดำเนินการโดยมีสัญญาว่าจ้างระบุไว้จำนวน 7 ล้านเล่ม หากการดำเนินการ e-Passport ครบ 7 ล้านเล่มถือว่าหมดสัญญา ซึ่งสัญญาดังกล่าวทำเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา และขณะนี้เหลือพาสปอร์ตอยู่ประมาณ 30,000 เล่มก็จะครบ 7 ล้านเล่มตามสัญญาว่าจ้างที่ตกลงไว้
ทั้งนี้หากนับจากวันนี้จะเหลือเวลา 3 วัน หรือไม่เกินวันที่ 3 มีนาคม 2560 ก็จะครบตามสัญญาดังกล่าวแล้ว ถ้าเลยวันที่ 3 มีนาคม 2560 ประชาชนหรือบุคคลใดจะไปขอทำพาสปอร์ตไม่ได้แล้ว
โฆษกรัฐบาลกล่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงต่อกรณีดังกล่าวว่าได้คิดและจัดเตรียมเพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าวมานานแล้ว โดยดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Bidding เพื่อหาบริษัทที่จะเข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้ต่อ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา 1 ปี
ส่วนสาเหตุที่ต้องใช้เวลานานถึง 1 ปี เพราะต้องมีลายน้ำ ลายเส้น และต้องประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่ดูแลด้านความมั่นคงของทุกประเทศ เพราะเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเรื่องการดูแลความมั่นคงและความปลอดภัยของทุกประเทศ จึงไม่ใช่เรื่องที่จะเขียนร่างขอบเขตงานจ้างหรือ TOR ได้ง่าย ๆ
ในระหว่างที่รอการดำเนินการดังกล่าว 1 ปี นั้นกระทรวงการต่างประเทศ หาแนวทางออกไว้โดยจะทำสัญญาใหม่กับบริษัทเดิมหรือ Repeat Order กับบริษัทเดิมต่อไปอีก 1 ปี เพื่อให้สอดคล้องและบรรจบกับห้วงเวลาที่ทำ e-Bidding โดยเก็บค่าบริการกับประชาชนสำหรับการทำพาสปอร์ต 1,000 บาท
อย่างไรก็ตามการที่กระทรวงการต่างประเทศจะทำ Repeat Order กับบริษัทเดิม จึงนำสัญญา Repeat Order ดังกล่าวให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณา โดยสำนักงานอัยการสูงสุดแจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะมีข้อตกลงในสัญญาว่าจ้างกับบริษัทเดิมอยู่ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน และหากจะดำเนินการก็จะถูกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบและพบเป็นความผิด ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือการออกมาตรา 44 เพื่อให้บริษัทเดิมทำงานไปก่อน 1 ปี ระหว่างที่รอทำ e-Bidding ให้บริษัทใหม่เข้ามาดำเนินการต่อไป
พลโทสรรเสริญกล่าวว่าที่ประชุม คสช. ยังไม่มีมติที่จะให้ออกคำสั่งตามมาตรา 44 แต่มีมติเห็นชอบในหลักการที่จะให้บริษัทเดิมทำหน้าที่ไปก่อนจนกว่าจะได้ e-Bidding โดยมอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าทีมไปหารือร่วมกันทั้ง สตง. สำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อทำความเข้าใจกับ สตง.แก้ปัญหาเพื่อให้เป็นไปอย่างเหมาะสมโดยไม่ยึดเพียงกฎ กติกา หรือระเบียบอย่างเดียว แต่ให้พิจารณาตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันประกอบการดำเนินการ โดยไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44
ทั้งนี้ หาก สตง. ยังยืนยันว่าไม่สามารถดำเนินการได้ จึงค่อยกลับมาพิจารณาในเรื่องการออกคำสั่งตามมาตรา 44 อีกครั้ง
อีพาสปอร์ตจัดทำมาตั้งแต่ปี 2548
รายงานข่าวเปิดเผยว่าหนังสือเดินทางแบบ e-Passport กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2005 (2548) หรือเมื่อ 12 ปีที่แล้วและไม่มีปัญหาใดๆ
ต่อมาเมื่อถึงปัจจุบันที่มีบริษัทใหม่เข้ามาดำเนินการและจะครบ 7 ล้านฉบับตามสัญญา กลับมีปัญหาเกิดขึ้น ทั้งนี้หากมีปัญหาก็น่าจะมีปัญหามาตั้งแต่เริ่มการดำเนินการเมื่อปี 2548 “ข้อสงสัยมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าตลอด 10 ปีแรกเกิดการผูกขาดจากบริษัทเดียวหรือไม่จึงไม่มีปัญหา หรือกระทรวงการต่างประเทศไม่รู้ว่าอีพาสปอร์ตจะครบ 7 ล้านเล่มวันที่ 3 มีนาคม” รายงานข่าวกล่าว
อนึ่ง e-Passport อาจมีคนใกล้ชิด นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเปิดบริษัทขึ้นมารับจัดทำให้กับกระทรวงการต่างประเทศและผูกขาดตลอดมา ต่อมาเมื่อรัฐบาลคสช.เข้ามาบริหารประเทศจึงเปลี่ยนบริษัทจัดทำ “เหมือนเช่นเปิดบริษัทไฮเทครับทำบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรคโดยรัฐมนตรีหญิงคนหนึ่งในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ได้ประโยชน์จากการรับทำบัตรทอง”แหล่งข่าวกล่าว
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากที่สุด
สาวโพสต์อาลัยพ่อก่อนขึ้นรถไฟขบวนมรณะ สุดท้ายกลายเป็นร่างไร้วิญญาณ
กองทัพเขมรโชว์ "หน่วยรบหนุมาน" เน้นใช้ศอกเข่าแทนการใช้อาวุธ
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
พลังโซเชียลช่วยแชร์! สาวโพสต์ตามหาพ่อแม่ นั่งโบกี้ 2 ขบวนรถด่วนที่ 21 หลังขาดการติดต่อ
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 17/1/69
กองทัพเขมรโชว์ "หน่วยรบหนุมาน" เน้นใช้ศอกเข่าแทนการใช้อาวุธ
ข่าวดีท่ามกลางวิกฤต! ลูกชายพบตัวคุณแม่แล้ว หลังโพสต์ตามหาวุ่น เหตุย้ายจากตู้แรกไปตู้ที่ 2 ก่อนเครนถล่ม
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
กองทัพเขมรโชว์ "หน่วยรบหนุมาน" เน้นใช้ศอกเข่าแทนการใช้อาวุธ
ข่าวดีท่ามกลางวิกฤต! ลูกชายพบตัวคุณแม่แล้ว หลังโพสต์ตามหาวุ่น เหตุย้ายจากตู้แรกไปตู้ที่ 2 ก่อนเครนถล่ม
สาวโพสต์อาลัยพ่อก่อนขึ้นรถไฟขบวนมรณะ สุดท้ายกลายเป็นร่างไร้วิญญาณ
สลด! ยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง 30 ราย เหตุเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวน 21 ที่สีคิ้ว